← สารบาญบทสวด
ภาคหก · คำบูชาสถานที่ต่าง ๆ

คำบูชาสถานที่เสด็จปรินิพพาน

ณ กุสินารา

Homage at the Place of Parinibbana

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้มาถึงแล้ว ณ สถานที่นี้ อันพระผู้มีพระภาค พระองค์ได้ ทรงทิ้งขันธภาระแล้ว เป็นภาระอันหนัก อันพระองค์ทรงแบกมาอย่างยาวนาน ในสังสารวัฏ สุดที่จะประมาณได้ ว่าหนักเพียงใด

ข้าพเจ้าระลึกถึงพระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสมหาสังเวคะว่า ดูก่อนอานนท์ เธอจงปูลาดผ้าสังฆาฏิ ซ้อนเป็น ๔ ชั้น ดูก่อนอานนท์ เราเหนื่อยนัก เราจักพัก

เราจักนอน

ข้าพเจ้า จักยังสังเวคญาณให้เกิดขึ้น อย่างแรงกล้า ในพระพุทธดำรัสของพระองค์ ซึ่งไม่เคยตรัสมาก่อน ตลอดกาลนับได้ ๔ อสงไขย กำไรแสนมหากัปป์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาอย่างยาวนาน นับภพนับชาติไม่ถ้วน แม้บุคคลผู้ชาญฉลาด อาจคำนวณนับเมล็ดข้าวในชมพูทวีปได้ แต่จะนับประมาณพระชาติที่พระพุทธเจ้า ทรงสละเนื้อในพระวรกาย ไม่ได้ บุคคลผู้มีปัญญา อาจคำนวณนับหยดน้ำในมหาสมุทรได้ แต่ใครเล่า จะคำนวณนับ พระโลหิต ที่ทรงสละให้เป็นทาน ได้ บุคคลผู้มีปัญญา อาจคำนวณนับดวงดาวบนท้องฟ้าได้ แต่ใครเล่า จักคำนวณนับดวงพระเนตร ที่พระองค์ทรงสละให้เป็นทาน ได้ บุคคลผู้มีปัญญา อาจคำนวณนับ เมล็ดฝุ่นในชมพูทวีปได้ แต่ใครเล่า จักประมาณ พระชาติ ที่พระองค์ทรงสละชีวิต ได้ แม้เมล็ดฝุ่นในชมพูทวีป ยังไม่อาจเทียบได้ แม้อากาศที่หาประมาณมิได้ คุณของพระผู้มีพระภาค มีประมาณยิ่งกว่า ข้าพเจ้าขอน้อมบูชา พระคุณอันหาประมาณมิได้ ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง แม้จะทรงลำบากพระวรกาย ก็มิได้เคยตรัสพระดำรัสนี้เลย ว่าทรงเหนื่อย ว่าทรงอยากพัก ว่าทรงอยากนอน ข้าพเจ้าขอน้อมบูชา พระผู้มีพระภาค ผู้มีพระวิริยะอย่างหาที่สุดมิได้ ผู้มีความเพียรไม่เคยเสื่อมถอย ผู้มีความเพียรแกล้วกล้าอาจหาญ ผู้มีความเพียรอันยิ่งใหญ่ เพื่อจะขนสัตว์รื้อสัตว์ทั้งหลาย ออกจากสังสารวัฏนี้ ก็ในบรรดาบุคคลทั้งหลาย แม้ต้องแบกขันธภาระของตนเอง ก็เป็นความหนักอย่างยิ่ง หากต้องแบกขันธ์ ๕ ของครอบครัว ยิ่งหนักนัก หากต้องแบกขันธ์ ๕ ของคนทั้งหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ ก็เป็นความหนักอย่างยิ่ง แต่พระบรมศาสดา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ทรงแบกขันธภาระของหมู่สัตว์ ทั่วทั้งสากลจักรวาล ก็ได้ ทรงผูกหมู่สัตว์ ไว้ในฐานะบุตรแห่งตนตั้งแต่ทรงเริ่มบำเพ็ญพระบารมีมา ก็เพื่อจะขนสัตว์รื้อสัตว์ ออกจากสังสารวัฏนี้ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ก็มิได้หยุดพัก แม้สักวันหนึ่งเลย ทรงขวนขวายเพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้าทั้งหลาย อย่างไม่หยุดหย่อน ทรงแสดงธรรมแล้ว ทรงกระทำให้ดูแล้ว ทรงพร่ำสอนแล้ว ทรงชี้โทษแล้ว ทรงปลอบประโลมแล้ว ทรงตำหนิแล้ว ทรงตรัสชมเชยแล้ว ทรงเสด็จไปโปรดหมู่สัตว์ทั้งหลาย แม้ห่างไกล แม้เสด็จเพียงลำพัง แม้ไม่ได้รับการต้อนรับ แต่เพื่อความสวัสดีของบุตรของพระองค์แล้ว ไม่ทรงขวนขวายน้อยเลย ข้าพเจ้าทั้งหลาย เห็นคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระผู้มีพระภาค โปรดทรงวางพระทัยเถิด ข้าพเจ้าจักยังสังเวคญาณให้เกิดขึ้น ในพระดำรัสของพระองค์ จักตั้งปฏิญญาว่า นับตั้งแต่ขณะนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้า จักไม่คบคนพาล จักคบบัณฑิต จักฟังพระสัทธรรม จักกระทำโยนิโสมนสิการ ให้เกิดขึ้น จักปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่ธรรม ตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงพร่ำสอน จักออกจากบาป จากทุจริตคือ ราคะ โทสะ โมหะ ที่ออกมาทางกาย ทางวาจา และทางใจ อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตำหนิแล้ว ตนที่ไม่มีศรัทธา จักฝึกศรัทธาให้เกิดขึ้น ที่ไม่มีความเพียรก็จะฝึกให้มีความเพียร ไม่มีสติ สมาธิ ปัญญา ก็ฝึกให้มีให้เกิดขึ้น อันพระผู้มีพระภาค ทรงชื่นชมแล้ว จักดำเนินไปตามมัชฌิมาปฏิปทา อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเสด็จไปแล้วด้วยดี จนกว่าจะประชุมอริยมรรค เพื่อเป็นปัจจัยต่ออริยผล จนกว่าจะได้การนอนปรินิพพาน ตามอย่างพระบรมศาสดาให้จงได้ และจะไม่ลุกขึ้นมาอีกแล้วในสังสารวัฏ ขอพระพุทธเจ้า โปรดจำข้าพเจ้า ไว้อย่างนี้ เทอญ ฯ

จากหนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ หน้า ๒๑๗ รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานธรรมสมทบ