สาธยายธรรม
นำสู่วิมุตฺติ
บทสวดมนต์ ๑๐๙ บท จากหนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ ตั้งแต่ทำวัตรเช้า-เย็น พระปริตร พระสูตร พระอภิธรรม ไปจนถึงบทแผ่เมตตาและอุทิศส่วนบุญ พร้อมคำแปล เปิดอ่านและสวดตามได้ทุกบท
- ปนามคาถา วิจิตฺตธมฺมวทญฺญุํ ปรมตฺถปารนฺตคุํ
- คำนมัสการพระรัตนตรัย โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ;
- ปุพพภาคนมการคาถา นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
- ไตรสรณคมน์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
- คำทำวัตรเช้า โย โส ตะถาคะโต,
- ทำวัตรเย็น ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลฺยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต,
- ทำวัตรพระ โย สันนิสินโน วะระโพธิมูเล มารัง สะเสนัง สุชิตัง วิเชยยะ สัมโพธิมาคัจฉิ อะนันตะญาโณ โลกุตตะโม ตัง ปะณะมามิ พุทธัง เย จะ พุทธา อะตีตา จะ เย จะ พุทธา อะนาคะตา ปัจจุปปันนา จะ เย พุทธา อะหัง วันทามิ สัพพะทา
- พระพุทธคุณ (สรภัญญะ) อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง, สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต, โลกวิทู, อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ, ภะคะวาติ.
- พระธรรมคุณ (สรภัญญะ) สฺวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหีติ.
- พระสังฆคุณ (สรภัญญะ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะ ปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย, ปาหุเนยโย, ทักขิเณยโย, อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.
- ชยสิทธิคาถา (สรภัญญะ) พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง, คฺรีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง, ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท, ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง.
- คำอาราธนาพระปริตร วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
- คำอัญเชิญเทวดา ผะริตฺวานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา
- มนการสิทธิคาถา โย จักขุมา โมหะมะลาปะกัฏโฐ
- มนการสิทธิคาถา (แบบเดิม) สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ ทฺวาทะสัญจะ สะหัสสะเก
- นโมการอัฏฐกะ นะโม อะระหะโต สัมมา- สัมพุทธัสสะ มะเหสิโน
- มงคลสูตร ยัญจะ ทฺวาทะสะ วัสสานิ จินตะยิงสุ สะเทวะกา
- รัตนปริตร ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานิ วา ยานิ วะ อันตะลิกเข,
- กรณียเมตตปริตร กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
- ขันธปริตร วิรูปักเขหิ เม เมตตัง เมตตัง เอราปะเถหิ เม
- โมรปริตร อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
- ฉัททันตปริตร วะธิสสะเมนันติ ปะรามะสันโต กาสาวะมัททักขิ ธะชัง อิสีนัง
- วัฏฏกปริตร อัตถิ โลเก สีละคุโณ สัจจัง โสเจยยะนุททะยา
- ธชัคคสูตร เอวัมเม สุตัง. เอกัง สะมะยัง ภะคะวา, สาวัตถิยัง วิหะระติ, เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม. ตัตฺระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ“ ภิกขะโว” ติ. “ ภะทันเต” ติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง. ภะคะวา เอตะทะโวจะ.
- อาฏานาฏิยปริตร วิปัสสิสสะ นะมัตถุ จักขุมันตัสสะ สิรีมะโต
- อังคุลิมาลปริตร ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต
- โพชฌังคปริตร โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
- อภยปริตร ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
- เทวตาอุยโยชนคาถา ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา
- พุทธชยมงคลคาถา พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
- ชยปริตร มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง
- คำอาราธนาพระธรรม พฺรัหฺมา จะ โลกาธิปะติ สะหัมปะติ กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง อะยาจะถะ
- ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อะนุตตะรัง อะภิสัมโพธิง สัมพุชฌิตฺวา ตะถาคะโต
- อนัตตลักขณสูตร เอวัมเม สุตัง. เอกัง สะมะยัง ภะคะวา, พาราณะสิยัง วิหะระติ, อิสิปะตะเน มิคะเย, ตัตฺระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามันเตสิ.
- อาทิตตปริยายสูตร เอวัมเม สุตัง. เอกัง สะมะยัง ภะคะวา, คะยายัง วิหะระติ, คะยาสีเส สัทธิง ภิกขุสะหัสเสนะ, ตัตฺระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ.
- โพธิกถา เตนะ สะมะเยนะ พุทโธ ภะคะวา, อุรุเวลายัง วิหะระติ นัชชา เนรัญชะรายะ ตีเร, โพธิรุกขะมูเล ปะฐะมาภิสัมพุทโธ ฯ
- โอวาทปาฏิโมกข์ ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา,
- มหาสติปัฏฐานสูตร เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภะคะวา กุรูสุ วิหะระติ, กัมมาสะทัมมัง นามะ กุรูนัง นิคะโม ฯ ตัตฺระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ “ภิกขะโว” ติ ฯ “ภะทันเต” ติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง ฯ ภะคะวา เอตะทะโวจะ
- มหาสมัยสูตร เอวัมเม สุตัง. เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สักเกสุ วิหะระติ กะปิละวัตถุสฺมิง มะหาวะเน มะหะตา ภิกขุสังเฆนะ สัทธิง ปัญจะมัตเตหิ ภิกขุสะเตหิ สัพเพเหวะ อะระหันเตหิ ทะสะหิ จะ โลกะธาตูหิ เทวะตา เยภุยเยนะ สันนิปะติตา โหนติ ภะคะวันตัง ทัสสะนายะ ภิกขุสังฆัญจะ. อะถะ โข จะตุนนัง สุทธาวาสะกายิกานัง เทวานัง เอตะทะโหสิ. อะยัง โข ภะคะวา สักเกสุ วิหะระติ กะปิละวัตถุสฺมิง มะหาวะเน มะหะตา ภิกขุสังเฆนะ สัทธิง ปัญจะมัตเตหิ ภิกขุสะเตหิ สัพเพเหวะ อะระหันเตหิ ทะสะหิ จะ โลกะธาตูหิ เทวะตา เยภุยเยนะ สันนิปะติตา โหนติ ภะคะวันตัง ทัสสะนายะ ภิกขุสังฆัญจะ. ยันนูนะ มะยัมปิ, เยนะ ภะคะวา, เตนุปะสังกะเมยยามะ อุปะสังกะมิตฺวา ภะคะวะโต สันติเก ปัจเจกะคาถัง ภาเสยยามาติ.
- ปฐมพุทธภาษิตคาถา อะเนกะชาติสังสารัง สันธาวิสสัง อะนิพพิสัง
- เขมาเขมสรณทีปิกคาถา พะหุง เว สะระณัง ยันติ ปัพพะตานิ วะนานิ จะ
- ภัทเทกรัตตคาถา อะตีตัง นานฺวาคะเมยยะ นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง
- กัลยาณมิตตธรรม ปิโย คุรุ ภาวะนีโย วัตตา จะ วะจะนักขะโม
- สังฆาฏิสูตร โย ธัมมัง ปัสสะติ โส มัง ปัสสะติ,
- สัลเลขธรรม ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้จิตตุปบาทในกุศลธรรมทั้งหลาย เราตถาคตยังกล่าวว่า มีอุปการะมาก จะกล่าวไปใย ในการกระทำด้วยกาย ด้วยวาจาเล่า
- ทสธัมมสุตตปาโฐ เอวัมเม สุตัง. เอกัง สะมะยัง ภะคะวา, สาวัตถิยัง วิหะระติ, เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ, อาราเม. ตัตฺระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ภิกขะโว ติ. ภะทันเต ติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง. ภะคะวา เอตะทะโวจะ.
- ตังขณิกปัจจเวกขณปาฐะ ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ, ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, อุณฺหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง.
- ธาตุปฏิกูลปัจจเวกขณปาฐะ ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง, ยะทิทัง จีวะรัง ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล, ธาตุมัตตะโก นิสสัตโต นิชชีโว สุญโญ, สัพพานิ ปะนะ อิมานิ จีวะรานิ อะชิคุจฉะนียานิ, อิมัง ปูติกายัง ปัตฺวา, อะติวิยะ ชิคุจฉะนียานิ ชายันติ.
- อตีตปัจจเวกขณปาฐะ อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตฺวา ยัง จีวะรัง ปะริภุตตัง, ตัง ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, อุณฺหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะ- สิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง.
- เรื่องนางลูกสุกร ได้ยินว่า วันหนึ่ง พระศาสดาเสด็จเข้าไปยังกรุงราชคฤห์ เพื่อบิณฑบาต ทอดพระเนตรเห็นนางลูกสุกรตัวหนึ่ง จึงได้ทรงทำการแย้ม (พระโอษฐ์) ให้ปรากฏ. เมื่อพระองค์ทรงทำการแย้ม (พระโอษฐ์) อยู่ พระอานนทเถระได้เห็นมณฑลแห่งทัสสโนภาส ซึ่งเปล่งออกจากช่องพระโอษฐ์ จึงทูลถามเหตุแห่งการแย้ม (พระโอษฐ์) ว่า "พระเจ้าข้า อะไรหนอแลเป็นเหตุ? อะไรเป็นปัจจัยแห่งการทำการแย้มให้ปรากฏ."
- รัฐปาลสูตร อตฺถิ โข มหาราช เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน จตฺตาโร ธมฺมุทฺเทสา อุทฺทิฏฺฐา ยมหํ ญตฺวา จ ทิสฺวา จ สุตฺวา จ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต ฯ
- นมัสการพระอรหันต์ ๘ ทิศ สัมพุทโธ ทิปะทัง เสฏโฐ นิสินโน เจวะ มัชฌิเม
- บทพิจารณาสังขาร สัพเพ สังขารา อะนิจจา,
- ชีวิตนี้น้อยนัก ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายน้อย นิดหน่อย รวดเร็ว มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก จะพึงถูกต้องได้ด้วยปัญญา ควรกระทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ เพราะสัตว์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตาย...ไม่มี
- พระสังคณี กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพฺยากะตา ธัมมา. กะตะเม ธัมมา กุสะลา ? ยัสฺมิง สะมะเย กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง อุปปันนัง โหติ, โสมะนัสสะสะหะคะตัง ญาณะสัมปะยุตตัง, รูปารัมมะณัง วา สัททารัมมะณัง วา, คันธารัมมะณัง วา ระสารัมมะณัง วา, โผฏฐัพพารัมมะณัง วา, ธัมมารัมมะณัง วา, ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ, ตัสฺมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติ. เย วา ปะนะ ตัสฺมิง สะมะเย อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา อะรูปิโน ธัมมา, อิเม ธัมมา กุสะลา ฯ
- พระวิภังค์ ปัญจักขันธา. รูปักขันโธ เวทะนากขันโธ สัญญากขันโธ สังขารักขันโธ วิญญาณักขันโธ. ตัตถะ กะตะโม รูปักขันโธ ? ยังกิญจิ รูปัง อะตีตานาคะตะปัจจุปปันนัง, อัชฌัตตัง วา พะหิทธา วา, โอฬาริกัง วา สุขุมัง วา, หีนัง วา ปะณีตัง วา, ยัง ทูเร วา สันติเก วา, ตะเทกัชฌัง อะภิสัญญูหิตฺวา อะภิสังขิปิตฺวา, อะยัง วุจจะติ รูปักขันโธ ฯ
- พระธาตุกถา สังคะโห อะสังคะโห. สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง, อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง, สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง, อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง. สัมปะโยโค วิปปะโยโค, สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง, วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง, อะสังคะหิตัง ฯ
- พระปุคคลปัญญัติ ฉะ ปัญญัตติโย. ขันธะปัญญัตติ, อายะตะนะปัญญัตติ, ธาตุปัญญัตติ, สัจจะปัญญัตติ, อินทฺริยะปัญญัตติ, ปุคคะละปัญญัตตีติ.
- พระกถาวัตถุ ปุคคะโล อุปะลัพภะติ, สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ ? อามันตา, โย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ, ตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ, สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ ? นะ เหวัง วัตตัพเพ, อาชานาหิ นิคคะหัง หัญจิ, ปุคคะโล อุปะลัพภะติ, สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนะ, เตนะ วะตะ เร วัตตัพเพ, โย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ, ตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ, สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ. มิจฉา ฯ
- พระยมก เย เกจิ กุสะลา ธัมมา สัพเพ เต กุสะละมูลา เย วา ปะนะ กุสะละมูลา สัพเพ เต ธัมมา กุสะลา. เย เกจิ กุสะลา ธัมมา สัพเพ เต กุสะละมูเลนะ เอกะมูลา เย วา ปะนะ กุสะละมูเลนะ เอกะมูลา สัพเพ เต ธัมมา กุสะลา ฯ
- พระมหาปัฏฐาน เหตุปัจจะโย อารัมมะณะปัจจะโย อะธิปะติปัจจะโย อะนันตะระปัจจะโย สะมะนันตะระปัจจะโย สะหะชาตะปัจจะโย อัญญะมัญญะปัจจะโย นิสสะยะปัจจะโย อุปะนิสสะยะปัจจะโย ปุเรชาตะปัจจะโย ปัจฉาชาตะปัจจะโย อาเสวะนะปัจจะโย กัมมะปัจจะโย วิปากะปัจจะโย อาหาระปัจจะโย อินทฺริยะปัจจะโย ฌานะปัจจะโย มัคคะปัจจะโย สัมปะยุตตะปัจจะโย วิปปะยุตตะปัจจะโย อัตถิปัจจะโย นัตถิปัจจะโย วิคะตะปัจจะโย อะวิคะตะปัจจะโย.
- ปัจจยนิทเทส [๑] เหตุปัจจะโยติ
- เสียงกู่เรียกของพระพุทธเจ้า "โฆโสปิ โข เอโส ทุลฺลโภ โลกสฺมึ ยทิทํ พุทฺโธ พุทฺโธติ"
- พระนวรหคุณ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า อรหัง ผู้ประทับอยู่ไกลแสนไกลจากสรรพกิเลส ผู้ทรงกำจัดข้าศึก คือกิเลสทั้งหลายเสียได้ ผู้ทรงหักซี่กำแห่งสังสารจักร ผู้ควรแก่ทักษิณาสักการะบูชาอันวิเศษ ผู้ควรบัญญัติสิกขาบทแก่พระสาวกและแสดงธรรมแก่สัตว์โลก ผู้ควรแก่ลาภยศสุขและสรรเสริญ ผู้ไม่มีที่ลับในการทำบาป ผู้ทรงอยู่ไกลจากอสัตบุรุษ ผู้ทรงอยู่ใกล้สัตบุรุษ ผู้ทรงละบาปธรรมอันชื่อว่ารหะได้แล้ว ผู้อันบุรุษวิเศษและผู้ปฏิบัติดีไม่พึงละเว้น ผู้ไม่ทรงละเว้นคนดีทั้งหลาย ผู้ไม่มีการไปในสงสาร ผู้ควรแก่การสรรเสริญไม่มีที่สุด
- พระพุทธคุณ ๑๐๐ บท ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมบูชาสักการะ แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงเป็นพระอรหันต์ ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ ปราศจากโมหะ ทรงทำลายกิเลสเครื่องตรึงใจได้ ทรงชำนะมาร ทรงเป็นผู้ไม่มีทุกข์ มีจิตเสมอด้วยดี มีมารยาทอันเจริญ มีพระปัญญาดี ทรงข้ามกิเลสอันปราศจากความเสมอได้ ทรงปราศจากมลทิน.
- พระพุทธกิจ ๕ ประการ ปุพพัณเห ปิณฑะปาตัญจะ สายัณเห ธัมมะเทสะนัง
- คาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้า โดยพญาวสวัตตีมาร (เทพบุตร) นะโม เต ปุริสาชัญญะ นะโม เต ปุริสุตตะมะ
- พุทฺธคุณนมุตฺติ พุทฺธานํ ชีวิตสฺส น สกฺกา เกนจิ อนฺตราโย กาตุํ
- พุทธมังคลคาถา ทิวา ตะปะติ อาทิจโจ รัตติมาภาติ จันทิมา
- ความหาได้ยาก ๗ อย่าง ทุลฺลภญฺจฺจ มนุสฺสตฺตํ
- บารมี ๓๐ ทัศ ทานะ ปาระมี สัมปันโน, ทานะ อุปะปาระมี สัมปันโน, ทานะ ปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน, อิติปิ โส ภะคะวา
- ตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอก ตุมเหหิ กิจจัง อาตัปปัง, อักขาตาโร ตะถาคะตา,
- อาสภิวาจา อัคโคหะมัสฺมิ โลกัสสะ,
- พุทธปรินิพพาน อะถะโข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ
- คาถาบูชาพระพุทธสิหิงค์ อิติ ปะวะระสิหิงโค อุตตะมะยะโสปิ เตโช
- คำถวายอัตภาพ (แบบที่ ๑) อชฺชอาทิึ กตฺวา อหํ พุทฺธสฺส อตฺตานํ นิยาเทมิ
- คำถวายอัตภาพ (แบบที่ ๒) อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ
- คำบูชาทั่วไป (แบบที่ ๑) อหํ วนฺทามิ ธาตุโย, อหํ วนฺทามิ สพฺพโส ฯ
- คำบูชาทั่วไป (แบบที่ ๒) ข้าพเจ้า ขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ผู้ทรงเป็นพุทธรัตนะอันอุดม
- คำบูชาสถูปที่แสดงมหาสติปัฏฐานสูตร วันทามะ ภันเต ภะคะวา กัมมาสะธัมมัง นามะ, กุรูนัง นิคะมัง อาคะโต, ยัตถะ มะหาสะติปัฏฐานะสุตตันตัง เทสิตัง ฯ อิธะ โข ปะนะ ภะคะวา มะหาสะติปัฏฐานะสุตตันตัง เทเสสิ, เอกายะโย อะยัง ภิกขะเว มัคโค, สัตตานัง วิสุทธิยา, โสกะปะริเทวานัง สะมะติกกะมายะ, ทุกขะโทมะนัสสานัง อัตถังคะมายะ, เญยยะธัมมัสสะ อะธิคะมายะ, นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ, ยะทิทัง จัตตาโร สะติปัฏฐานาติ, เอวะมาทินา นะเยนะ ฯ
- คำบูชาสถูปสังกัสสนคร วันทามะ ภันเต ภะคะวา อิมัง เทโวโรหะณะเจติยัฏฐานัง, ยัตถาคะโตมฺหะ, อิธะ โข ปะนะ ภะคะวา, เทโวโลกะโต โอโรหะสิ, ตะทา ภะคะวา โลกะวิวะระณะ ปาฏิหาริยัง อะกาสิ, ยะถา เทวะมะนุสสา อัญญะมัญญัง ปัสสิงสุ, อากาเส มะหาพฺรัหฺมา เจวะ สักโก เทวะราชา จะ, สะปะริวาโร ภะคะวันตัง อุยโยเชสุง, ปะฐะวีตะเล จะตัสโส ปะริสา ภะคะวะโต ปัจจุคคะมะนัง อะกังสุ ฯ
- คำบูชาสถูปที่แสดงยมกปาฏิหาริย์ วันทามะ ภันเต ภะคะวา อิมัง ยะมะกะปาฏิหาริยะกะระณัฏฐานัง, ยัตถาคะโตมฺหะ, อิธะ โข ปะนะ ภะคะวา, อะเนกะวิธัง ยะมะกะปาฏิหาริยัง, อะกาสิ ติตถิเย ทะมิตุง ฯ ตะโต โส ภะคะวา เทวะโลกัง คันตฺวา ตาวะติงสะภะวะเน ปัณฑุกัมพะละสิลาสะเน เตมาสัง วัสสูปะคะโต อะภิธัมมะ ปิฏะกัง เทเสนโต พุทธะมาตะรัง สะปะริวารัง โสตาปัตติผะเล ปะติฏฐาเปสิ ฯ
- คำบูชาต้นอานันทโพธิ เมื่อผู้มีศรัทธา ปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อประสงค์จะทูลถามปัญหา ใคร่จะฟังพระสัทธรรม หรือทูลถวายภัตตาหาร หรือทูลถวายปัจจัยไทยธรรม อย่างใดก็ตาม ก็จะต้องเข้าหา ขอโอกาส ต่อท่านพระอานนท์เสียก่อนเพราะท่านพระอานนท์ เป็นพุทธอุปัฏฐากผู้ใกล้ชิด ผู้เป็นประดุจเงาตามเสด็จพระพุทธเจ้า
- คำบูชาพระเชตวันมหาวิหาร เราทั้งหลาย ตั้งใจรอคอยกาลใดอยู่ บัดนี้ กาลนั้นมาถึงแล้ว เราทั้งหลาย เป็นพุทธศาสนิกชน เป็นพุทธมามกะด้วยกันทั้งสิ้น แม้จะอยู่ ณ แดนไกล แต่ด้วยความเคารพเลื่อมใสอย่างแรงกล้าในพระรัตนตรัย กระตุ้นให้จิตเกิดอุตสาหะขึ้น ก็ได้มีฉันทะเป็นอันเดียวกัน พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมชุมนุมอยู่ ณ สถานที่นี้ ด้วยความมีใจปลาบปลื้มเบิกบาน เสมือนเมื่อพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ที่ภิกษุทั้งหลาย ซึ่งอยู่ ณ ทิศทั้ง ๔ เมื่อออกพรรษาปวารณาแล้ว ต่างก็มากันแม้จากที่ไกล เพื่อเฝ้าสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ที่ซึ่งพระองค์ประทับอยู่ ฉะนั้น ฯ
- คำบูชาสถานที่ประสูติ เราทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นสรณะ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นศาสดาของเราทั้งหลาย และเราทั้งหลายชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายพระองค์นั้น ทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า ทรงเป็นพระศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ทรงจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์.
- คำบูชาสถานที่เสด็จปรินิพพาน ข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้มาถึงแล้ว ณ สถานที่นี้ อันพระผู้มีพระภาค พระองค์ได้ ทรงทิ้งขันธภาระแล้ว เป็นภาระอันหนัก อันพระองค์ทรงแบกมาอย่างยาวนาน ในสังสารวัฏ สุดที่จะประมาณได้ ว่าหนักเพียงใด
- คำบูชาพระพุทธปรินิพพาน วันทามะ อิมัง พุทธะปะฏิมัง, อิมัสฺมิง กุสินารายัง, สาละวะโนทะเย พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปะรินิพพานัฏฐาเน, อะยัง วันทะนา อัมฺหากัง ทีฆะรัตตัง, ปะระมัตถายะ มัคคะหิตายะ ผะละสุขายะฯ
- คำบูชาเจาคันธีสถูป ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมบูชาเหนือเศียรเกล้า แด่สมเด็จพระมหากรุณาสุคตเจ้า ผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูล ทรงประทานความสุข และเป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์ทั้งหลาย ณ สถานที่นี้ เป็นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย ทรงพระมหากรุณา เสด็จจาริกมา พบกับพระปัญจวัคคีย์ เพื่อทรงโปรดอนุเคราะห์ หลังจากที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ๒ เดือน.
- คำบูชาธัมเมกขสถูป ณ บัดนี้ เราทั้งหลายได้มาถึงสถานที่ ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายได้ทรงแสดงปฐมเทศนา คือ พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่พระปัญจวัคคีย์ อันเป็นสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเราทั้งหลายตั้งจิตมุ่งหมายจะมานมัสการนั้นแล้ว.
- คำบูชานาลันทามหาวิหาร วันทามะ ภันเต ภะคะวา, อิมัง นาลันทามะหาวิหารัง, ยัตถาคะโตมฺหิ, ยะหัง สารีปุตโต ชาโต เจวะ ปะรินิพพุโต จะ, โส กิระ กะตัญญูกะตะเวทิตายะ สะมันนาคะตัตตา, นิพพานะสะมะเย สัญชาติเทสัง ปัจจาคันตฺวา, มาตะรัง โสตาปัตติผะเล ปะติฏฐาเปตฺวา, อะรุณุคคะมะเนเยวะ ชาตะวาระเก นิพพุโต ฯ
- คำบูชาพระคันธกุฎี เราทั้งหลาย ถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นสรณะ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด เป็นศาสดาของเราทั้งหลาย และเราทั้งหลาย ชอบใจธรรมะ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด
- คำบูชาถ้ำสุกรขาตา วันทามะ ภันเต ภะคะวา, อิมัง คิชฌะกูฏะปัพพะตะปาเท, สุกะระขาตะคุหัง ยัตถาคะโตมฺหะ, อิธะ โข ปะนะ ภะคะวา, เวทะนา ปะริคคะหะสุตตัง เทเสสิ, ยัง สุตฺวา สารีปุตโต อะระหัตตัง, สัจฉิกาสิ ภาคิเนยโย จัสสะ ปะริพพาชะโก, โสตาปัตติผะเล ปะติฏฐะหิ ฯ
- คำบูชาพระเวฬุวันมหาวิหาร ก็ ณ สถานที่ใด อันพระเจ้าพิมพิสาร ผู้เป็นพระราชาธิราช เป็นใหญ่ในดินแดนแคว้นมคธ ทรงน้อมถวายพระราชอุทยาน แด่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อสร้างเป็นอารามแห่งแรกในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงรับ และประทับจำพรรษา ทรงยังมหาชนให้ดำรงอยู่ในทางสวรรค์และทางนิพพาน ทรงยังเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย นับจำนวนไม่ได้ ให้ได้ดื่มซึ่งอมตรส ให้ได้ล่วงพ้นห้วงน้ำแห่งวัฏฏะ อันเป็นมหากันดาร สถานที่นั้นได้แก่ พระเวฬุวนาราม ที่เราทั้งหลายมาพร้อมกันอยู่ในขณะนี้.
- คำบูชามหาภิเนษกรมณ์ ยโสธรํ ปีณปโยธราธรํ อนงฺครงฺคทฺธชภูต'มงฺคํ
- คำบูชาการบำเพ็ญทุกรกิริยา ข้าพเจ้าทั้ง ได้มาถึงแล้ว ณ สถานที่ใด ที่พระมหาบุรุษเจ้าผู้เจริญ ได้ทรงระดมความเพียร ทรมานร่างกาย ด้วยการอดพระกระยาหาร จนแม้อาหารอันเป็นทิพย์ ที่เทวดานำมาทาตามพระวรกาย ก็ไม่ทรงอนุญาตเทวดานั้น ทรงกลั้นลมหายใจ ทำลมให้วิ่งออกทางช่องหู ก็ทรงกลั้นลมทางหู ลมนั้นวิ่งไปทั่วพระวรกาย ทำความทรมานเหลือประมาณให้เกิดขึ้น ข้าพเจ้าขอน้อมบูชา พระมหาบุรุษเจ้า ผู้มีวิริยะ อุตสาหะ พระองค์นั้น ณ สถานที่นี้ คือ เขาดงคสิริ สถานที่ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ถ้วน ๖ ปี
- คำบูชาสถานที่ตรัสรู้ ปตฺโต วิมุตฺตึ วรเสตฉตฺตํ โส ปีติเวเคน อุทานุทีรยิ
- คำบูชาพระพุทธเมตตา วันทามิ อิมัง พุทธะเมตตาปะฏิมัง อิมัสฺมิง คะยาสีเส ปูชาระเห สักการะภูเต, พุทธะเจติเย สุปะติฏฐิตัง ฯ
- คำบูชาต้นพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ได้จาริกตามรอยบาทของพระศาสดา มาถึงแล้ว ณ โพธิมณฑล อันเป็นที่ประดิษฐานแห่งบริโภคเจดีย์ คือ อัสสัตถพฤกษ์ อันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้ จึงขนานนามว่า ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พร้อมทั้ง บัลลังก์ที่พระองค์ทรงนั่งแล้วชำนะมารด้วยพระมนัสอันมั่นคงเด็ดเดี่ยวประดุจเพชร จึงตรัสรู้ อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในอรุณรุ่งแห่งวันวิสาขปุณณมีดิถีที่ ๑๕ พระบัลลังก์แห่งบุรุษใจเพชรนี้ จึงได้ชื่อว่า พระแท่นวัชรอาสน์ หรือเรียกขานอีกนามหนึ่งว่า อปราชิตโพธิบัลลังก์เป็นบัลลังก์ที่ยังมารทั้งปวงให้พ่ายแพ้ไป.
- คำบูชาอนิมิสเจดีย์ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ในวันวิสาขปุณมี ดิถีที่ ๑๕ ประทับนั่งขัดสมาธิ เสวยวิมุตติสุขตลอดสัปดาห์ ทรงพิจารณาธรรมอันสุขุมที่พระองค์ แทงตลอดแล้ว ทรงรำพึงว่า เมื่อเราแสวงหา เสาะหา ค้นหาธรรมนี้หนอ ล่วงไป ถึง ๔ อสงไขย ยิ่งด้วยแสนมหากัปป์ ภายหลังเรานั่งเหนือบัลลังก์นี้ จึงยังกิเลส ๑,๕๐๐ ให้สิ้นไปแล้ว แทงตลอดได้
- คำบูชารัตนจงกรมเจดีย์ เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับยืนทอดพระเนตร พระอัปราชิตบัลลังก์และต้นโพธิพฤกษ์ โดยไม่กระพริบพระเนตร ตลอดสัปดาห์หนึ่งแล้ว ทรงจงกรมในที่รัตนจงกรม อันยาวไปทางทิศเบื้องหน้า (ปุรัตถิมทิศ) และทิศเบื้องหลัง (ปัจฉิมทิศ) เสด็จดำเนินไปมา ระหว่างพระอัปราชิตบัลลังก์กับอนิมิสเจดีย์ ทรงยับยั้งอยู่ตลอดสัปดาห์หนึ่ง สถานที่นี้ จึงได้ชื่อว่า รัตนจงกรมเจดีย์.
- คำบูชารัตนฆรเจดีย์ เทวดาผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ ได้เนรมิตเรือนแก้ว ในปัจฉิมทิศ อันเป็นทิศเบื้องหลังจากรัตนจงกรมเจดีย์นั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับนั่งขัดสมาธิ ณ เรือนแก้วนี้ ทรงพิจารณา พระอภิธรรมปิฎกโดยพิสดาร โดยเฉพาะ สมันตมหาปัฏฐานอนันตนัย ทรงยับยั้งอยู่ตลอดสัปดาห์หนึ่ง สถานที่นี้ จึงได้ชื่อว่า รัตนฆรเจดีย์
- วันทารอยพระพุทธบาท วันทามิ พุทธัง ภะวะปาระติณณัง
- เจริญเมตตาไปยังบุคคล ๔ จำพวก อะหัง สุขิโต โหมิ,
- ปัตติทานคาถา ยา เทวะตา สันติ วิหาระวาสินี ถูเป ฆะเร โพธิฆะเร ตะหิง ตะหิง
- อุททิสสะนาธิฏฐานะคาถา อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา
- สัพพปัตติทานคาถา ปุญญัสสิทานิ กะตัสสะ ยานัญญานิ กะตานิ เม
- ปัฏฐนฐปนคาถา บุญใด ที่ข้าพเจ้าได้ทำในบัดนี้ เพราะบุญนั้น และการอุทิศแผ่ส่วนบุญนั้น ขอให้ข้าพเจ้า ทำให้แจ้ง โลกุตตรธรรม ๙ ในทันที หากข้าพเจ้า ยังเป็นผู้อาภัพอยู่ ยังต้องท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสาร ขอให้ข้าพเจ้า เป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ ผู้เที่ยงแท้ ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่เข้าถึง ฐานะแห่งความอาภัพ ๑๘ อย่าง
- คาถาแสดงความปรารถนา อสฺมิญฺจฺจ ปุพฺเพปิ จ อตฺตภาเว สพฺเพหิ ปุญฺเฺเญหิ มยา กเตหิ
- คำปรารถนา อิมินา ปุญฺญฺญกมฺเมน พุทฺโธ โหมิ อนาคเต
บันทึกข้อความ
ข้าพเจ้าขอถวายนมัสการแด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง ผู้กอปรด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ พระองค์ผู้ทรงกระทำกรรมที่ทำได้ยากยิ่งตลอดกาลซึ่งจะนับประมาณมิได้ แม้ด้วยหลายโกฏิกัปป์ ทรงถึงซึ่งความลำบาก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลกโดยแท้ ขอนอบน้อมพระธรรมด้วย ขอนอบน้อมพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลายด้วย ด้วยความเคารพเอื้อเฟื้อ
พระพุทธศาสนายุกาล นับแต่การปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าล่วงมาแล้ว ๒๕๖๗ ปี นับเป็นยุคกึ่งพุทธกาลพอดี ดำเนินมาถึงยุคนี้ เราจะเห็นความเสื่อมที่ปรากฏได้ชัด อันเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง ที่พุทธบริษัทปฏิเสธการสวดมนต์ ว่าสวดแบบไม่รู้ความหมาย จะมีประโยชน์อะไร แม้แต่การสวดพระอภิธรรมศพ หรืองานบุญต่าง ๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันเกิด ฯลฯ ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวไทยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน วัฒนธรรมประเพณีเหล่านี้เริ่มที่จะสั่นคลอน เพราะสังคมไม่มุ่งเน้นปัญญา ยกตัวอย่างเช่นพระอภิธรรม เมื่อเป็นคำสอนที่ลึกและยาก จึงไม่เป็นที่นิยม ทำให้เป็นคำสอนที่มีโอกาสเสื่อมไปก่อนคัมภีร์อื่น ๆ โบราณาจารย์เพื่อรักษาพระอภิธรรมไว้ จึงนำมาใช้ในการสวดศพหรือพิธีกรรมในการจุดเทียนธูปบูชาพระ เราก็มองเป็นเรื่องงมงาย แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายที่แฝงเอาไว้ ว่า ธูป ๓ ดอกบูชาพระพุทธเจ้า คือ พระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ เทียน ๒ เล่มบูชาพระธรรม คือ ธรรม และวินัย ดอกไม้บูชาพระสงฆ์ที่มาจากต่างพ่อต่างแม่ มีด้าย คือ ธรรมและวินัยร้อยเรียงไว้ด้วยกัน อย่างนี้เป็นต้น
กลายเป็นว่า สังคมชาวพุทธเรากลับเป็นสังคมสุดโต่ง กลุ่มที่รักษาประเพณีก็รักษาแบบงมงาย กลุ่มที่ไม่เห็นประโยชน์ ก็ต้องการทุบสิ่งที่ตนมองว่ารกรุงรังทิ้ง
อีกจุดหนึ่ง คือ ปริยัติ และปฏิบัติ ที่เราแยกกันมานาน จนรวมกันไม่ได้แล้ว สำนักปริยัติก็มองว่าตอนนี้เรียน เรียนจบค่อยปฏิบัติ สำนักปฏิบัติ ก็ปฏิเสธปริยัติ ทั้งที่ตามหลักการคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว เราจะแยกกันอย่างไร ถ้าเรียนปริยัติโดยไม่ปฏิบัติ ก็ทรงเรียกว่า อลคัททูปมปริยัติ หากปฏิบัติ โดยไม่มีปริยัติ ก็หลงทาง เหมือนการเดินทางโดยไม่รู้แผนที่ ฉะนั้น จึงห้ามแยกกัน เพราะถ้าแยก ปริยัติ กับ ปฏิบัติ ออกจากกันแล้ว เราจะถึง ปฏิเวธ ได้อย่างไร หากไปดูในวิมุตตายตนสูตร ในเรื่องการสาธยาย พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า
… ภิกษุสาธยายธรรมตามที่ตนได้สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมาโดยพิสดาร เธอรู้แจ้งอรรถรู้แจ้งธรรมในธรรมนั้น ตามที่ภิกษุสาธยายธรรมตามที่ตนได้สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมาโดยพิสดาร เมื่อเธอรู้แจ้งอรรถรู้แจ้งธรรม ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อมีปราโมทย์ ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจมีปีติ กายย่อมสงบ เธอมีกายสงบ ย่อมได้รับสุข เมื่อมีสุข จิตย่อมตั้งมั่น นี้เป็นเหตุแห่งวิมุตติประการที่ ๓ ซึ่งเป็นเหตุให้จิตของภิกษุผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ ที่ยังไม่หลุดพ้น ย่อมหลุดพ้น อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปย่อมถึงความสิ้นไป หรือเธอย่อมบรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยมที่ยังไม่ได้บรรลุ…
(วิมุตตายตนสูตร, องฺ.ปญฺจฺจก. ๒๒/๒๖)
ในขณะที่สาธยายนั้น แต่ละพยัญชนะนั้นเป็น ปริยัติ ศรัทธาที่ทำให้เกิดขึ้น วิริยะที่เพียรในการสาธยาย สติที่ระลึกอยู่กับบทที่สาธยาย สมาธิที่ตั้งมั่น และปัญญาที่รู้ชัดจัดเก็บทุกความหมาย นั้นชื่อว่า การปฏิบัติ กำลังดำเนินเป็นไปอยู่ ฉะนั้น การสาธยาย (สวดมนต์) ก็ชื่อว่า ปฏิบัติธรรม
พระบรมศาสดาของเรา อยู่ในฐานะแห่งธรรมและวินัย ในขณะที่สาธยายก็ชื่อว่าท่านทั้งหลายกำลังเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงตั้งใจสาธยายธรรมโดยความเคารพ ผู้สาธยายต้องทำพยัญชนะและอักขระไม่ให้ผิดเพี้ยน เมื่อเข้าใจอรรถะ คือ รู้ความหมายแห่งพระบาลี ที่มาของธรรมนั้นตามพุทธประสงค์ เมื่อเข้าใจธรรมะ คือ เมื่อได้ใคร่ครวญได้พิจารณาตามเนื้อความแห่งพระบาลีนั้น
มีความเชื่อมั่นในคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ในขณะที่สาธยายนั้น จิตสงบ ปราศจากความโลภ ความโกรธ และความหลง จิตเป็นสมาธิเข้มแข็งและอดทน เมื่อนิวรณธรรมสงบ ได้ปราโมทย์ ปีติ ปัสสัทธิ สุข สมาธิ จักเป็นปัจจัยในการแทงตลอดอริยสัจ ๔ ได้
ทีมงานธรรมสมทบ
ไม่พบบทสวดที่ตรงกับคำค้น ลองพิมพ์เพียงบางคำ หรือชื่อบทสวด
ที่มา: หนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานธรรมสมทบ ISBN 978-616-608-938-1 พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗