เสียงกู่เรียกของพระพุทธเจ้า
The Buddha's Call
"โฆโสปิ โข เอโส ทุลฺลโภ โลกสฺมึ ยทิทํ พุทฺโธ พุทฺโธติ"
แม้แต่เสียงว่า "พุทโธ" นี้แล
ก็ยากที่สัตว์จะพึงได้ยินในโลก
ในสังสารวัฏที่มีเบื้องต้นและที่สุด อันบุคคลรู้ไม่ได้ ผ่านการจุติและปฏิสนธิ นับภพชาติไม่ถ้วน กิเลส คือ อวิชชา ยิ่งพอกพูนหนาขึ้นทุกครั้งที่เกิด ทำให้ข้าพเจ้าหลงลืมพระพุทธเจ้า ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พระองค์ไม่เคยลืมกระแสชีวิตของข้าพเจ้านี้เลย
ในอัตภาพนี้ ข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนคนทั่วไป หลงลืม ฟั่นเฟือน และเลือนหลง ไม่รู้จักพระพุทธเจ้า สาธยายพระพุทธคุณได้ แต่ไม่สามารถยังใจให้แช่มชื่นได้เลย
ต่อเมื่อข้าพเจ้าได้ยินเสียงว่า "พุทโธ" ได้ฟังพระสัทธรรม เสียงกู่เรียกของพระพุทธเจ้า ก็ราวกับว่าดังขึ้นมาท่ามกลางห้องหัวใจที่แห้งแล้งของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าผู้มีห้องหัวใจเพียงเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด บัดนี้ ได้จุ่มลงไปในมหาสมุทร คือ พระพุทธคุณ คุณของพระผู้มีพระภาคเจ้าจักได้ยังห้วงหทัยของข้าพเจ้า ให้เปี่ยมไปด้วยปีติอย่างเอ่อล้น เอิบอิ่มไปด้วยพระพุทธคุณอันหาประมาณมิได้
ข้าพเจ้าจักทำ ศรัทธา ให้เป็นอินทฺริยปัจจัยตั้งมั่นในพระพุทธคุณ จะใช้ ความเพียรเป็นอธิปติปัจจัยประคองใจไว้ไม่ให้หลุดไปจากคุณของพระพุทธเจ้า ใช้ สติ ให้เป็นอาเสวนะปัจจัย ระลึกถึงพระพุทธคุณอย่างต่อเนื่อง จะทำ สมาธิให้เป็นฌานปัจจัย แนบชิดติดกับพระพุทธคุณ และจะพัฒนา ปัญญาขึ้นมาเป็นเหตุปัจจัย รอบรู้คุณของพระองค์จนหมดสิ้น
ทุก ๆ ชวนะที่เกิด จะเป็นอนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย สมนันตรูปนิสสยปัจจัย ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าอย่างติดต่อและต่อเนื่อง แม้จะตาย ก็จะขอมีคุณของพระพุทธเจ้า เป็นอารัมมณูปนิสสยะปัจจัย แค่เพียงได้ยินเสียงเรียกว่า "พุทโธ" เท่านั้น ข้าพเจ้าจะทิ้งทุกอย่าง เพื่อไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
จากหนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ หน้า ๑๘๐ รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานธรรมสมทบ