พระนวรหคุณ
Navarahaguna
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า อรหัง ผู้ประทับอยู่ไกลแสนไกลจากสรรพกิเลส ผู้ทรงกำจัดข้าศึก คือกิเลสทั้งหลายเสียได้ ผู้ทรงหักซี่กำแห่งสังสารจักร ผู้ควรแก่ทักษิณาสักการะบูชาอันวิเศษ ผู้ควรบัญญัติสิกขาบทแก่พระสาวกและแสดงธรรมแก่สัตว์โลก ผู้ควรแก่ลาภยศสุขและสรรเสริญ ผู้ไม่มีที่ลับในการทำบาป ผู้ทรงอยู่ไกลจากอสัตบุรุษ ผู้ทรงอยู่ใกล้สัตบุรุษ ผู้ทรงละบาปธรรมอันชื่อว่ารหะได้แล้ว ผู้อันบุรุษวิเศษและผู้ปฏิบัติดีไม่พึงละเว้น ผู้ไม่ทรงละเว้นคนดีทั้งหลาย ผู้ไม่มีการไปในสงสาร ผู้ควรแก่การสรรเสริญไม่มีที่สุด
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า สัมมาสัมพุทโธ ผู้ตรัสรู้ธรรมทั้งปวงโดยชอบ ผู้ตรัสรู้ธรรมด้วยพระองค์เอง ผู้ตรัสรู้ธรรมที่ควรรู้ยิ่ง ผู้ตรัสรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้ ผู้ตรัสรู้ธรรมที่ควรละ ผู้ตรัสรู้ธรรมที่ควรทำให้แจ้ง ผู้ตรัสรู้ธรรมที่ควรเจริญ ผู้ตรัสรู้จักขุโดยความเป็น ทุกขสัจ ผู้ตรัสรู้เหตุเกิดแห่งจักขุโดยความเป็น สมุทัยสัจ ผู้ตรัสรู้ความดับจักขุโดยความเป็น นิโรธสัจ ผู้ตรัสรู้ปฏิปทาให้ถึงความดับจักขุโดยความเป็น มัคคสัจ ผู้ตรัสรู้ชรามรณะโดยความเป็น ทุกขสัจ ผู้ตรัสรู้ชาติโดยความเป็น สมุทัยสัจ ผู้ตรัสรู้ความดับชรามรณะโดยความเป็น นิโรธสัจ ผู้ตรัสรู้ปฏิปทาให้ถึงความดับชรามรณะโดยความเป็น มัคคสัจ ผู้ทรงเป็นอนุพุทโธ ผู้ทรงพระนามว่าสัพพวิทู
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า วิชชาจรณสัมปันโน ผู้ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ทรงพร้อมสรรพด้วยวิปัสสนาญาณ ทรงพร้อมมูลด้วยมโนมยิทธิญาณ ทรงพร้อมเพรียงด้วยอิทธิวิธญาณ ทรงพร้อมพรั่งด้วยทิพพโสตญาณ ทรงพรั่งพร้อมด้วยเจโตปริยญาณ ทรงถึงพร้อมด้วยปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทรงพร้อมสรรพด้วยจุตูปปาตญาณ ทรงพร้อมมูลด้วยอาสวักขยญาณ ทรงพร้อมเพรียงด้วยศีลสังวร ทรงพร้อมพรั่งด้วยอินทริยสังวร ทรงพรั่งพร้อมด้วยโภชเนมัตตัญญุตา ทรงถึงพร้อมด้วยชาคริยานุโยค ทรงพร้อมสรรพด้วยศรัทธา ทรงพร้อมมูลด้วยหิริ ทรงพร้อมเพรียงด้วยโอตตัปปะ ทรงพร้อมพรั่งด้วยพหุสุตตะ ทรงพรั่งพร้อมด้วยวิริยะ ทรงถึงพร้อมด้วยสติ ทรงพร้อมสรรพด้วยปัญญา ทรงพร้อมมูลด้วยปฐมฌาน ทรงพร้อมเพรียงด้วยทุติยฌาน ทรงพร้อมพรั่งด้วยตติยฌาน ทรงพรั่งพร้อมด้วยจตุตถฌาน ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชา ๘ และจรณะ ๑๕ โดยประการทั้งปวง
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า สุคโต ผู้เสด็จไปโดยทางอันงาม ผู้เสด็จไปสู่ที่อันดี ผู้เสด็จไปด้วยดี ผู้เสด็จไปโดยชอบ ผู้ตรัสโดยชอบ ผู้ทรงคตะคือการไปอันงาม ทรงเสด็จไปด้วยพระกายอันงดงาม ทรงเสด็จไปด้วยพระญาณอันงามยิ่ง ทรงหยั่งรู้โลกแล้วโดยชอบ ทรงล่วงโลกสมุทัยแล้วโดยชอบ ทรงถึงโลกนิโรธแล้วโดยชอบ ทรงดำเนินไปแล้วในโลกนิโรธคามินีปฏิปทาโดยชอบ ทรงถึงแล้วและทรงทราบแล้วซึ่งโลกพร้อมทั้งเทวดา ด้วยการประจักษ์แจ้งโดยอาการทั้งปวง
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า โลกวิทู ผู้ทรงรู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ทรงรู้แจ้งโลก ทรงรู้แจ้งโลกสมุทัย ทรงรู้แจ้งโลกนิโรธ ทรงรู้แจ้งโลกนิโรธคามินีปฏิปทา ทรงรู้แจ้งสังขารโลก ทรงรู้แจ้งสัตวโลก ทรงรู้แจ้งโอกาสโลก ทรงรู้แจ้งกิเลสโลก ทรงรู้แจ้งภวโลก ทรงรู้แจ้งอินทริยโลก ทรงรู้แจ้งอบายโลก ทรงรู้แจ้งมนุษยโลก ทรงรู้แจ้งเทวโลก ทรงรู้แจ้งมารโลก ทรงรู้แจ้งพรหมโลก ทรงรู้แจ้งแทงตลอดโลกทั้งสิ้น
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ ผู้ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ทรงครอบงำโลกทั้งปวงด้วยศีลคุณอันเป็นโลกุตตระ ด้วยสมาธิคุณอันเป็นโลกุตตระ ด้วยปัญญาคุณอันเป็นโลกุตตระ ด้วยวิมุตติคุณอันเป็นโลกุตตระ ด้วยวิมุตติญาณ- ทัสสนคุณอันเป็นโลกียะ ทรงหาผู้เสมอมิได้ ทรงเสมอกับผู้ที่ไม่มีใครเสมอ ทรงหาผู้เปรียบมิได้ ทรงหาใครเทียบมิได้ ทรงเป็นผู้อันใคร ๆ ประมาณมิได้
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า สัตถา เทวมนุสสานัง ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้นำหมู่ ดุจนายหมู่ ทรงสั่งสอนสัตว์ยุติในกาลทั้ง ๓ ทรงเบียดเบียนเสีย ซึ่งกิเลสมีราคะเป็นต้น ทรงยังกิเลสให้สูญหายจากสันดานของพระองค์และบุคคลอื่น ทรงสั่งสอนสัตว์ด้วยอุบายแห่งญาณทั้ง ๓ ทรงนำสัตว์เข้าสู่ศิวสถาน คือ พระนิพพาน ทรงมีอาวุธอันคมกล้า คือ วชิรญาณ ทรงสั่งสอนสัตว์ด้วยประโยชน์อันสมควร ทรงยังสัตว์ให้ตั้งอยู่ในประโยชน์ในโลกนี้และโลกหน้า ทรงยังสัตว์ให้ข้ามพ้นจากชาติกันดาร ชรากันดาร พยาธิกันดาร มรณกันดารและวัฏฏกันดารทั้งปวง
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า พุทโธ ทรงเป็นผู้ตรัสรู้สัจจะ ทรงเป็นผู้ยังหมู่สัตว์ให้ตรัสรู้ ทรงเป็นผู้รู้สิ่งทั้งปวง ทรงเป็นผู้เห็นสิ่งทั้งปวง ทรงมิได้ถูกผู้อื่นแนะนำ ทรงเป็นผู้ตื่นแล้ว ทรงเป็นผู้เบิกบานแล้ว ทรงเป็นพระขีณาสพ ทรงเป็นผู้ปราศจากอุปกิเลส ทรงเป็นผู้ปราศจากราคะแน่นอน ทรงเป็นผู้ปราศจากโทสะแน่นอน ทรงเป็นผู้ปราศจากโมหะแน่นอน ทรงเป็นผู้ปราศจากกิเลสแน่นอน ทรงเป็นผู้เสด็จไปสู่เอกายนมรรค ทรงเป็นผู้เดียวที่ตรัสรู้ชอบยิ่งซึ่งสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม ทรงเป็นผู้ได้มาซึ่งพุทธิ เพราะทรงกำจัดความไม่รู้ได้แล้ว
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงพระนามว่า ภควา
ทรงเป็น ภคี ผู้มีภคะ คือ โชคอันประเสริฐ ๖ อย่าง
ทรงเป็น ภชี ผู้เสพเสนาสนะอันสงัด
ทรงเป็น ภาคี ผู้มีส่วนแห่งปัจจัย ๔ และผู้คบหาเป็นปกติกะอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อันมีอรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส
ทรงเป็น วิภชิ ผู้ทรงจำแนกธรรมรัตนะ
ทรงเป็น ภัคคะ ผู้ทำการหักกิเลสบาปธรรมทั้งหลาย
ทรงเป็น ภาคยวา ผู้มีกุศลบารมี มีทาน ศีล เป็นต้น
ทรงเป็น สุภาวิตัตตา ผู้อบรมพระองค์ดีแล้ว
ทรงเป็น ภควันตคะ ผู้ถึงที่สุดแห่งภพ
ทรงเป็น ภัตตวา ทรงคบ ทรงเสพ ทรงทำให้มากซึ่งทิพพวิหาร พรหมวิหาร อริยวิหาร ฯ
ทรงเป็น ภเวสุ วันตะ คมนะ ผู้สำรอกการไป กล่าวคือตัณหาในภพ ๓ ได้แล้ว ทรงเป็น ครู ผู้ประกอบด้วยคุณของครู ผู้ควรกระทำให้หนัก ฯ
ทรงเป็น ภาควา ผู้มีส่วนแห่งคุณอันไม่สาธารณะแก่ชนเหล่าอื่น ฯ
ทรงเป็น ภตวา ผู้มีธรรมอันบำรุงแล้ว ฯ
ทรงเป็น ภาเควนิ ผู้คบหาส่วนแห่งธรรม ฯ
ทรงเป็น ภเควนิ ผู้คบหาภคะ คือ สมบัติธรรมทั้งโลกียะและโลกุตตระ ฯ
ทรงเป็น ภัตตวา มีชนผู้ภักดี ฯ
ทรงเป็น ภาเควมิ ผู้สำรอกภคะ คือ ทรัพย์สมบัติ ฯ
ทรงเป็น ภเควมิ ทรงสำรอกภาคะ คือ ส่วนแห่งสภาวธรรม
พระนามว่า อรหัง พระนามว่า สัมมาสัมพุทโธ พระนามว่า วิชชาจรณสัมปันโน พระนามว่า สุคโต พระนามว่า โลกวิทู พระนามว่า อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ พระนามว่า สัตถา เทวมนุสสานัง พระนามว่า พุทโธ พระนามว่า ภควา นี้ พระมารดา พระบิดา พระภาดา พระภคินี มิตร อำมาตย์ พระญาติสาโลหิต สมณพราหมณ์ เทวดา มิได้เฉลิมให้
พระนวรหคุณนามนี้ เป็นวิโมกข์ขันติกนาม มีในอรหัตตผล ในลำดับแห่งอรหัตตมรรค เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เกิดเพราะทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล และธรรมทั้งปวง พร้อมกับขณะที่ทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ณ ควงโพธิพฤกษ์ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ตรัสรู้แล้ว
(จากวิสุทธิมรรค, ฎีกา, ปุพพสิกขาวรรณนา, วรรณกรรมรัตนโกสินทร์, ฯ)
จากหนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ หน้า ๑๘๔ รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานธรรมสมทบ