เจ้ากรรมนายเวร
เจ้ากรรมนายเวร คือ ผู้ที่เคยมีเวรต่อกันในชาติก่อน ทางออกคือตั้งเจตนาละความอาฆาตพยาบาท เจริญเมตตา กรุณา และพ้นได้ถาวรเมื่อเป็นพระอรหันต์
ใจความสำคัญ
- เจ้ากรรมนายเวร คือ ผู้มีกรรมมาก ผู้ก่อกรรม ผู้มีบาปมาก หรือผู้ที่เคยมีเวรต่อกันในชาติก่อน ที่ทำให้ผิดหวังหรือได้รับความเดือดร้อน
- แรงแห่งความอาฆาตถูกจดจำไว้ในจิตใจ แม้รูปร่างจะเปลี่ยนไปในอัตภาพใด เจอกันก็โกรธ เจอกันก็อาฆาต ดังพระเทวทัตที่อาฆาตพระโพธิสัตว์
- ทุกครั้งที่เราโกรธ เกลียดใคร ชื่อว่าเราผูกเวรกับเขา เมื่อสภาพจิตเช่นนี้เกิดขึ้น ให้ตั้งเจตนาว่า “เราจะละ”
- ต้องใช้กำลังของสติและปัญญาออกจากความอาฆาตพยาบาท ยังเมตตาจิต กรุณาจิต ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ผูกเวรแก่ใคร ๆ
- ตราบใดที่ยังเป็นปุถุชน เราหนีผลของอกุศลกรรมไม่ได้ ผู้ที่เข้าถึงความเป็นพระอรหันต์เท่านั้นจึงพ้นเจ้ากรรมนายเวรได้อย่างถาวร
เจ้ากรรมนายเวร ถ้ามองในด้านความหมาย แปลว่า ผู้มีกรรมมาก ผู้ก่อกรรม และผู้มีบาปมาก หรือผู้ที่เคยมีเวรต่อกันในชาติก่อน ที่ทำให้ผิดหวังหรือได้รับความเดือดร้อน
ตัวอย่างของเจ้ากรรมนายเวร เช่น เราไปอาฆาตว่าเราจะฆ่า เบียดเบียนหรือจะประทุษร้ายคนคนนี้ เมื่อเจอในอัตภาพใดก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกบ เขียด ช้าง มนุษย์ เทวดา พรหม เจอก็โกรธ เจอก็อาฆาต เพราะแรงแห่งความอาฆาตนั้นถูกจดจำไว้ในจิตใจ แม้ว่ารูปร่างจะเปลี่ยนไป อย่าแปลกใจว่าคนคนนี้เราไม่เคยไปทำไม่ดีกับเขาเลย เวลาเขาเห็นเรา เขาระแวงเรา เขาโกรธเรา อยากจะหาเรื่องเราตลอดเวลา
คำว่า เจ้ากรรมนายเวร โดยมากใช้กับสิ่งที่เป็นอกุศลกรรม กรรมที่ไม่เหมาะไม่ควร เป็นการก่อเวรภัยในทางที่ไม่ดี ตัวอย่างเช่น พระเทวทัตที่อาฆาตพระพุทธเจ้าเมื่อตอนเป็นพระโพธิสัตว์ มีความผูกโกรธ อาฆาตอย่างรุนแรง ได้ตั้งเจตนากอบทรายขึ้นมา แล้วกล่าวว่า จะอาฆาตในทุกอัตภาพที่เกิดเท่ากับเม็ดทรายในมือนี้ ในชาติใดที่พระเทวทัตไม่ได้พบกับพระโพธิสัตว์ ท่านก็บำเพ็ญบารมีอย่างมาก แต่ชาติใดที่ต้องพบเจอกัน พระเทวทัตก็ตามอาฆาตพระพุทธเจ้า จนตัวเองต้องพบกับความวิบัติ ลงอบายทุคติ ที่ต้องเป็นเช่นนี้เพราะไม่ได้ถอนการผูกเวร ไม่มีสติปัญญาเข้าไประงับ
ศัพท์เดิม คือ เวระ หมายถึงการจองเวรต่อกัน ทุกครั้งที่เราโกรธ เกลียดใคร ชื่อว่าเราผูกเวรกับเขา จะเรียกว่าเราเป็นเจ้ากรรมนายเวรกับเขาก็ได้ แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกคือ เราอาฆาตพยาบาทต่อเขา การกระทำเช่นนี้ไม่ดี หากมีสภาพจิตเช่นนี้เกิดขึ้น ให้ตั้งเจตนาว่า “เราจะละ”
“เราจะไม่ฆ่า จะไม่ลัก จะไม่ประพฤติผิดในกาม เราจะไม่พูดเท็จ คำหยาบ ส่อเสียด เพ้อเจ้อ เราจะไม่สร้างเวรภัยแก่ใครอีกแล้ว จะไม่สร้างปมบาปให้กระแสชีวิตตนเองต้องเดือดร้อน แล้วจะต้องเจ็บปวด ต้องผิดหวังในสังสารวัฏ… เราจะไม่สร้างเหตุแห่งความผิดหวังอีกแล้ว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
เราต้องถอดรหัสความอาฆาตพยาบาททันที
การได้ผูกเวรกัน จองล้างจองผลาญกัน จะทำให้วิบัติ เมื่อไปพบกันในอัตภาพอื่น ๆ ก็จะโกรธเกลียดกัน ทะเลาะกัน ฆ่ากัน และหากต่างฝ่ายต่างไปเกิดเป็นผู้มีอำนาจ เช่น ไปเกิดเป็นผู้นำประเทศ ก็จะพาคนไปตายอีกมากไม่จบสิ้น
วิธีตั้งเจตนาเพื่อละความพยาบาท
“…นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากสังสารวัฏยังเป็นไปอยู่ และเราจะต้องไปพบเจอกับคนที่เราไม่ชอบ ไม่พอใจ คนที่ขัดแย้งเป็นศัตรูกัน ขอให้ความเครียด ความโกรธ ความอาฆาตพยาบาท จงอย่ามีแก่ใจของข้าพเจ้านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะถึงซึ่งความพ้นทุกข์”
สังสารวัฏอันยืดเยื้อยาวนาน เราต้องตั้งเจตนาปลดล็อก ใช้กำลังของสติและปัญญา เพื่อออกจากความอาฆาตพยาบาทให้ได้ ยังเมตตาจิต กรุณาจิต ให้เกิดขึ้นอย่างติดต่อและต่อเนื่อง เพื่อตัดรอนบาป ไม่ผูกเวรแก่ใคร ๆ
เราจะหนีเจ้ากรรมนายเวรได้อย่างไร
ถ้าตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนอยู่ เราไม่สามารถหนีผลของอกุศลกรรมไปได้ เช่น ผลกรรมของการฆ่า จะเกี่ยวกับเรื่องของอายุสั้น โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน หรือต้องตายก่อนกำหนด ผลกรรมของการลักทรัพย์ มีทรัพย์เท่าไรก็วิบัติ ผลกรรมของการประพฤติผิดในกาม จะต้องเจ็บปวดในเรื่องของคู่ครอง ถูกนินทาว่าร้าย ถูกใส่ร้าย ผลกรรมของการพูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ จะเกิดความแตกแยก พูดจาก็ไม่มีใครเชื่อถือ และผลกรรมของการประทุษร้ายสติสัมปชัญญะ มีของมึนเมาเป็นต้น ก็เกิดเป็นคนโง่เขลา เป็นปัญญาอ่อน
ผู้ใดสามารถฝึกฝนพัฒนาตนเอง ทั้งพฤติกรรม จิตใจ โดยเฉพาะปัญญา จนสามารถแทงตลอดความจริงในอริยสัจ ๔ หากเข้าถึงความเป็นพระอรหันต์ ก็จะสามารถหักกรรมทั้งหมดในสังสารวัฏ ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก เป็นการพ้นเจ้ากรรมนายเวรได้อย่างถาวร เข้าสู่อนุปาทาปรินิพพาน
ที่มา: หนังสือธรรมดี ชีวีมีสุข โดยพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ISBN 978-616-8325-05-6 หน้า ๙๑–๙๔