หนังสือธรรมดี ชีวีมีสุข
ธรรมะจากพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม แห่งวัดกลาง อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี สามภาค สุขในบุญ ความจริงของชีวิต และมูเตลู อย่างรู้และเข้าใจ
ข้อมูลหนังสือ
- ผู้เขียน
- พระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม
- จัดพิมพ์
- สำนักพิมพ์วิช
- ฉบับ
- พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
- ISBN
- 978-616-8325-05-6
ส่วนนำของหนังสือ
คำนำ Wish Books
ในช่วงเวลาที่เพิ่งจะผ่านปีใหม่มาได้ไม่นาน หลายท่านยังมีความเบิกบานและรู้สึกสดชื่นรื่นรมย์กับการได้เริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ บ้างมีภารกิจใหม่ เป้าหมายใหม่ หรือหลายท่านอาจจะได้สถานะใหม่ ๆ กันในต้นปี ความเพลิดเพลินนี้ หากในมุมของผู้ปฏิบัติธรรม เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า อย่าเผลอเพลินไปกับชีวิต เพราะนั่นอาจจะทำให้เราขาดสติ จนเกิดความพลาดพลั้งในการดำเนินชีวิตได้ ซึ่งความพลาดพลั้งนี้ ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานการณ์ ตราบใดเมื่อสติเบาบาง สิ่งต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะแทรกเข้ามามีผลต่อชีวิตได้ในทุกขณะทีเดียว
การเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในครรลองแห่งสติ เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกาลปัจจุบันที่โลกขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ภยันอันตรายก็ขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็วเช่นกัน แล้วอะไรล่ะที่จะเป็นทางสร้างสุขให้เราดำเนินชีวิตไปได้อย่างสงบ สะอาด และมีความสว่างในชีวิต
“ธรรมดี ชีวีมีสุข” หนังสือธรรมะเล่มน้อย โดย พระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม พระนักปฏิบัติ พระนักเทศน์ ผู้ปวารณาตนเป็นผู้ชี้ เป็นผู้อัญเชิญคำสอนของพุทธองค์ มาบอกกล่าว มาขยายความ เพื่อให้ผู้คนในสังคมได้ตระหนักถึงธรรมะเนื้อแท้ ที่ไม่ได้เคลือบด้วยศรัทธาอย่างไร้เหตุผล สำนักพิมพ์วิชขอเชิญทุกท่านน้อมใจมาอ่านธรรม ทั้งเรื่อง “สุขในบุญ” “ความจริงของชีวิต” และการสร้างศรัทธาอย่างถูกต้อง “มูเตลู อย่างรู้และเข้าใจ” เพื่อจะทำให้ทุกท่านเกิดปัญญาพร้อมเดินไปสู่จุดหมายและความสุข
สำนักพิมพ์วิชขอกราบขอบคุณ ทีมงานธรรมสมทบ ที่ได้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยประสานข้อมูล สุดท้ายนี้ขอกราบนมัสการในความเมตตาของ พระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม ที่ได้มอบธรรมะดีฝากให้สาธุชนได้อ่าน ได้เข้าใจในธรรม อันเป็นบาทฐานแรกสู่การเรียนรู้ธรรมลึก ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
สำนักพิมพ์วิช
คำนำผู้เขียน
ขออนุโมทนากับทางทีมงานทุกท่านที่ได้มีการถอดเสียงธรรมะเพื่อนำไปเผยแผ่ให้กับญาติมิตรได้ศึกษาเรียนรู้ หนังสือนี้มีชื่อว่า “ธรรมดี ชีวีมีสุข” ถ้าสรุปให้ชัดก็ต้องบอกว่า “ทำความดี ชีวิตจะมีความสุข”
หากพูดถึงความสุขบนโลกใบนี้ ที่เราคุ้นเคยกันดี คือ กามสุข เป็นความสุขในการเกี่ยวข้องกับกามคุณ ได้เห็นสีที่สวย ได้ยินเสียงที่เพราะ ได้กลิ่นที่หอม ได้รสอร่อย ได้สัมผัสที่นิ่มนวล ได้ความเพลิดเพลินด้านจิตใจ ก็มีความสุข สุขจากการมีบ้าน มีรถ มีทรัพย์ มีบุตร มีภรรยา มีเกียรติยศ ชื่อเสียง ได้ดื่มด่ำในรสของกามสุขเหล่านั้น หมู่สัตว์ทั้งหลายก็พากันติดอยู่และมีความสุข แล้วเพลิดเพลิน ความสุขอย่างนี้เป็นความสุขที่ยังต้องอาศัยการพึ่งพา เป็นความสุขภายนอก เป็นความสุขอนาคต แต่ในหนังสือ “ธรรมดี ชีวีมีสุข” เล่มนี้ ขับเน้นความสุขจากภายใน
ความสุขที่พระพุทธเจ้าทรงสอน มีหลายระดับ ได้แก่
- การให้ การสละและแบ่งปัน สุขจากการให้นี้เป็น ทานสุข
- สุขจากการงดเว้นจากการฆ่า การลัก การประพฤติผิดในกาม สุขจากการพูดคำจริง สุขจากการไม่นำของมึนเมาใส่ในกระแสชีวิตนี้เรียกว่า ศีลสุข
- เมื่อได้กาย วาจา ใจ ที่สะอาดแล้ว พิจารณาเมื่อไรก็เกิดปราโมทย์ ปีติ เกิดความสุขสงบและเกิดความสุขโสมนัสขึ้นในใจ จิตก็ตั้งมั่นขึ้น ซึ่งมีหลายระดับ เช่น ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อรูปฌาน สมาธิทุกระดับนี้เรียกว่า สมาธิสุข
- เมื่อได้สมาธิแล้ว ก็ใช้สมาธินั้นเป็นฐานปฏิบัติการของปัญญา ปัญญาก็มาทำกิจเต็มที่ เรียกว่าได้ ปัญญาสุข ซึ่งมีหลายระดับ ตั้งแต่การพิจารณาเห็นกรรมและผลของกรรม จนถึงการเห็นกระแสชีวิตด้วยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา และการพัฒนาเป็นไปตามลำดับจนเข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งเป็นบรมสุขที่แท้จริง
ในหนังสือ “ธรรมดี ชีวีมีสุข” ขับเน้นความดีหลายระดับ ดังได้กล่าวมา ปรารถนาจะให้ท่านทั้งหลายได้มาดื่มด่ำ ได้มาเรียนรู้มาศึกษาค้นคว้า มาหาแนวทาง ในการที่จะพัฒนาความสุขของตนเองให้ละเอียดประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไป
“…สุขภายในใจ เป็นสุขที่แท้จริง เป็นสุขที่ยั่งยืน
คือ ศีลสุข สมาธิสุข และปัญญาสุข
ถ้าท่านทั้งหลาย ได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงอย่างนี้
ชีวิตนี้ที่เกิดมานั้น เป็นชีวิตที่สมปรารถนาแท้
ไม่ต้องไปวิ่งหาความสุขภายนอกตัว หรือสุขอนาคต
ซึ่งเป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน เป็นความสุขที่เลื่อนลอย
แต่สามารถค้นหาความสุขในกระแสชีวิตของตนเองได้
และผลักดันศีล สมาธิ ปัญญา
จนเข้าถึง ศีลสุข สมาธิสุข และปัญญาสุข ได้อย่างแท้จริงขอให้ท่านทั้งหลายได้พบบรมสุข
ความสุขที่แท้จริงคือการสิ้นจากกิเลสและกองทุกข์
ขอความสุข ความสมปรารถนา จงเกิดขึ้นแก่ท่าน
ทั่วถึงกัน ทุกท่านทุกประการ ขออนุโมทนา…”
พระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม
๒๒ มกราคม ๒๕๖๖
อ่านทั้งเล่ม ๑๗ บท
-
บุญที่แท้จริง
บุญ คือ ธรรมชาติที่ชำระกระแสความคิดให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลส บุญที่แท้จริงจึงดูที่สภาพจิตใจขณะทำ ไม่ใช่ดูเพียงกิจกรรมภายนอก -
ทำทานอย่างไรให้ได้ผลมาก
ทานจะมีผลมากหรือไม่ ขึ้นกับเจตนาและการปรุงแต่งจิตใจให้ประณีต ไม่ได้ขึ้นกับวัตถุทาน วัตถุทานแม้เล็กน้อย หากให้ด้วยศรัทธาและใจผ่องใส บุญก็ไม่น้อยเลย -
อภัยทาน ยิ่งให้ บุญยิ่งเพิ่ม
อภัยทาน คือ การให้ความไม่มีภัย ให้ความปลอดภัยแก่ผู้อื่น จึงเป็นชื่อของศีล เป็นมหาทานที่สละยากกว่า เพราะเกิดจากกุศลจิตขั้นศีล -
จงมีสติอยู่กับตัว
สติ เปรียบเหมือนทำนบกั้นกระแสบาป ไม่ให้ความโลภ ความโกรธ ความหลงไหลเข้าสู่จิต และรักษาคุณธรรมความดีงามไม่ให้หลุดหายไปจากใจ -
สุขนอก สุขอนาคต สุขใน
ความสุขที่แท้จริง คือ สุขภายใน ซึ่งเกิดขึ้นทันทีเมื่อสภาพจิตที่ดีเกิดขึ้น ต่างจากสุขนอกที่พึ่งพาสิ่งภายนอก และสุขอนาคตที่ต้องรอให้ถึงเป้าหมาย -
พรหมวิหารธรรมกำจัดโทสะ
ความโกรธกำจัดได้ด้วยพรหมวิหาร เพราะเมตตามีไว้แก้กิเลสกลุ่มโทสะโดยเฉพาะ รู้จักอาฆาตวัตถุ ๑๐ อาหารของโทสะ และใช้พรหมวิหาร ๔ ให้ถูกสถานการณ์ -
อย่าเอาทุกข์มาทับถมตน: สุขใหม่ทับถมสุขเก่า ทุกข์ใหม่ทับถมทุกข์เก่า
คนส่วนใหญ่ทุกข์ง่าย สุขยาก เพราะดึงทุกข์ข้างนอกมาใส่ตนและคิดวนซ้ำ ๆ พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า อย่าเอาทุกข์มาทับถมตนที่ไม่มีทุกข์ -
อิสสาและมัจฉริยะ สาเหตุแห่งความขัดแย้ง
สาเหตุของความขัดแย้ง คือ ความริษยา (อิสสา) และความตระหนี่ (มัจฉริยะ) ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบท้าวสักกะ พร้อมความตระหนี่ ๕ อย่าง -
สื่อสารอย่างไร ชนะใจตลอดกาล
การสื่อสารให้ชนะใจ คือ ชนะกิเลสภายในใจตนก่อนสื่อสารออกไป แล้วพูดจริง พูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ ถูกกาลเทศะ ด้วยวาจาอ่อนหวานและเมตตา -
โทษของวจีทุจริต
วจีทุจริต คือ พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด และพูดเพ้อเจ้อ เป็นกรรมที่แก้ยากที่สุด ติดง่าย และให้ผลบาปมาก เช่น ไม่มีคนเชื่อถือ -
กายป่วย ใจไม่ป่วย
ร่างกายนี้ป่วยอยู่เป็นนิจ ส่วนใจป่วย คือ ใจที่มีราคะ โทสะ โมหะกลุ้มรุม กายป่วย ใจจะไม่ป่วยได้ด้วยโยนิโสมนสิการ ตั้งมั่นในกุศล และเจริญปัญญา -
บูชาท้าวเวสสุวรรณอย่างไรให้ถูกวิธี
บูชาท้าวเวสสุวรรณให้ถูกวิธี คือบูชาอย่างผู้รู้ว่าท่านเป็นพระโสดาบัน ไม่ขอโชคลาภแบบงมงาย และสาธยายอาฏานาฏิยปริตรได้อย่างถูกต้อง -
เทวดามีจริงหรือไม่
ในทางพระพุทธศาสนา เทวดามี ๓ กลุ่ม คือ สมมติเทวดา อุปัตติเทวดา และวิสุทธิเทวดา เทวดาเกิดแบบโอปปาติกะ อยู่ในสวรรค์ ๖ ชั้น -
พญานาคมีจริงหรือไม่
ตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา นาคจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เดรัจฉาน อยู่ในการปกครองของท้าววิรูปักษ์ แม้บางตนมีฤทธิ์มาก แต่บรรลุธรรมไม่ได้ -
การอุทิศบุญแก่เปรต
การอุทิศบุญจะสำเร็จเมื่อญาติผู้ล่วงลับรับรู้และอนุโมทนาเอง ควรอุทิศแก่หมู่ญาติทั้งหมดในสังสารวัฏโดยไม่มีประมาณ และบุญของเราไม่ลดลง -
แก้กรรมอย่างไรให้ถูกวิธี
แก้กรรม ภาษาพระคือ ปฏิกรรม แปลว่าการทำคืน การแก้ไข เลิกทำชั่วแล้วเปลี่ยนมาทำดี ไม่ใช่การรดน้ำมนต์ให้กรรมไม่ดีหายไป -
เจ้ากรรมนายเวร
เจ้ากรรมนายเวร คือ ผู้ที่เคยมีเวรต่อกันในชาติก่อน ทางออกคือตั้งเจตนาละความอาฆาตพยาบาท เจริญเมตตา กรุณา และพ้นได้ถาวรเมื่อเป็นพระอรหันต์