บูชาท้าวเวสสุวรรณอย่างไรให้ถูกวิธี
บูชาท้าวเวสสุวรรณให้ถูกวิธี คือบูชาอย่างผู้รู้ว่าท่านเป็นพระโสดาบัน ไม่ขอโชคลาภแบบงมงาย และสาธยายอาฏานาฏิยปริตรได้อย่างถูกต้อง
ใจความสำคัญ
- ท้าวเวสสุวรรณเป็นประธานของท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ปกครองกลุ่มยักษ์ทางทิศเหนือ และเป็นพระโสดาบัน
- ท้าวเวสสุวรรณได้ถวายบทสวดอาฏานาฏิยปริตรแด่พระพุทธเจ้า ไว้เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันพุทธบริษัทจากอมนุษย์ที่เบียดเบียน
- ผู้สาธยายอาฏานาฏิยปริตรต้องเชื่อมั่นในคุณของพระปริตร สวดให้ถูกต้อง รู้ความหมาย และมีเมตตา ศรัทธา ความมุ่งมั่น
- ต้องบูชาท้าวเวสสุวรรณในฐานะผู้มีศีล ๕ กุศลกรรมบถ ๑๐ ครบบริบูรณ์ ไม่ใช่ไปขอโชคลาภแบบงมงาย เพราะท่านดำเนินชีวิตด้วยปัญญา
ท้าวเวสสุวรรณ คือ หนึ่งในท้าวจาตุมหาราชหรือท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ได้แก่ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวธตรฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ ท้าวเวสสุวรรณเป็นประธานของท้าวมหาราชทั้ง ๔ ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีหน้าที่ปกครองบรรดากลุ่มยักษ์ทางทิศเหนือ ตามหลักฐานคำสอนของพระพุทธเจ้า ท้าวเวสสุวรรณเป็นเทวราช สำเร็จเป็นพระอริยบุคคล คือ เป็นพระโสดาบัน
มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติ มหาราชาท่านนี้เป็นพราหมณ์ชื่อกุเวระ สร้างโรงหีบอ้อย ประกอบด้วยเครื่องยนต์ ๗ เครื่อง โรงหีบอ้อย ๖ โรงไว้ทำมาค้าขาย อีก ๑ โรงหีบอ้อยเพื่อแจกชาวบ้าน กุเวรพราหมณ์เลื่อมใสในการทำบุญ ได้ผลกำไรก็ทำบุญ สร้างศาลาที่พักในเมือง ๑๐ แห่ง แจกน้ำอ้อยแก่ผู้ที่มาพัก และให้ทานตลอดสองหมื่นปี ตามอายุขัยของคนในยุคนั้น ต่อมาก็ถึงแก่กรรม ไปเกิดเป็นเทพบุตรชื่อท้าวกุเวร อยู่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ผิวสีดั่งสีน้ำอ้อย ในสมัยที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก ท้าวเวสสุวรรณก็ได้มีโอกาสฟังธรรม ได้บรรลุเป็นพระโสดาบันพร้อมกับท้าวจตุโลกบาลท่านอื่น ๆ
ท้าวเวสสุวรรณเป็นท้าวที่มีความสำคัญ เป็นเทพชั้นผู้ใหญ่องค์หนึ่ง ที่พิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนา ตามวัดวาอารามต่าง ๆ จึงนิยมให้มีการสร้างท้าวเวสสุวรรณไว้
ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ องค์มีบทบาท คอยอารักขา ป้องกันภยันตราย ตั้งแต่พระโพธิสัตว์มาถือปฏิสนธิในครรภ์ของพระนางสิริมหามายา ขณะออกบวช จนกระทั่งทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า ในสัปดาห์ที่ ๗ หลังเสวยวิมุติสุข ๔๙ วัน ณ เวลานั้น ตปุสสะและภัลลิกะ พ่อค้าวาณิชสองคน ได้นำข้าวสัตตุผงสัตตุก้อนไปถวาย แต่พระพุทธเจ้าทรงดำริว่า พระองค์จะไม่รับอาหารด้วยมือเปล่า ท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ รู้พระดำริของพระพุทธเจ้าจึงมาเฝ้า พร้อมทั้งถวายบาตร ๔ ใบ พระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานให้บาตรรวมกันเป็นใบเดียว แล้วรับอาหารบิณฑบาต ชายทั้งสองได้ถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะ ถือเป็นอุบาสกคู่แรกในพระพุทธศาสนา
ท้าวเวสสุวรรณนั้นมีบทบาทในพระพุทธศาสนา ปัจจุบันท่านเป็นพระโสดาบัน ถ้าไปวัดบางแห่งจะเห็นว่า ท้าวเวสสุวรรณไม่ได้ถือกระบอง แต่ถือใบลานและมีชนวนใบลาน (ที่จารใบลาน) ทุกวันพระ ๑๕ ค่ำ ท้าวเวสสุวรรณจะมาตรวจโลกมนุษย์ ดูว่ามนุษย์คนใดสมาทานอุโบสถศีล เพื่อนำไปรายงานกับท้าวสักกะจอมเทพว่ามนุษย์รักษาศีลฟังธรรมมากน้อยเพียงใด
ท้าวเวสสุวรรณท่านเป็นผู้ที่เอาใจใส่ในพุทธบริษัทค่อนข้างมาก พุทธบริษัทมีภิกษุเป็นต้น เมื่อปฏิบัติธรรม บางครั้งถูกอมนุษย์เบียดเบียนจนเป็นอันตราย จึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าและได้ถวายบทสวด อาฏานาฏิยปริตร แปลว่าเครื่องคุ้มครองป้องกัน ไว้ให้พุทธบริษัทเรียนรู้ศึกษา
หลักการสาธยาย (สวด) อาฏานาฏิยปริตร คือ
- ผู้สาธยายต้องมีความเชื่อมั่นในคุณของพระปริตร
- ต้องสาธยายไม่ให้คลาดเคลื่อน คือสวดให้ถูกต้อง
- รู้ความหมายของบทที่สวดว่ามีความหมายว่าอย่างไร
- มีเมตตา มีจิตศรัทธา มีความมุ่งมั่นที่จะให้สัมฤทธิผลตามที่ปรารถนา
ถ้ามีองค์คุณเหล่านี้ก็จะประสบความสำเร็จ
เนื้อความของอาฏานาฏิยปริตรนี้ เป็นการกล่าวถึงคุณของพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ถือเป็นการเจริญพุทธานุสสติ เมื่อระลึกแล้ว จิตจะเกิดการตั้งมั่น มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา เมื่อเจริญพุทธคุณอย่างนี้แล้ว บรรดาอมนุษย์ทั้งหลายก็จะไม่มาเบียดเบียนมนุษย์คนนั้นเพราะเกรงกลัวอำนาจของท้าวเวสสุวรรณ
การบูชาท้าวเวสสุวรรณ ต้องรู้ว่าท่านเป็นพระโสดาบัน ต้องบูชาให้ถูก ในฐานะที่ท่านเป็นผู้มีศีล ๕ กุศลกรรมบถ ๑๐ ครบบริบูรณ์ ท่านเป็นผู้มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ มีจาคะ หมายถึง การสละกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ ที่จะเป็นเหตุแห่งการลงอบายภูมิได้หมดแล้ว มีปัญญาที่สามารถละกิเลสได้
สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรไปทำต่อหน้าท้าวเวสสุวรรณก็คือ การกระทำแบบงมงาย เช่น ขอโชคลาภ ท่านจะไม่กระทำสิ่งใด ๆ แบบงมงาย แบบไม่เป็นไปกับปัญญา ฉะนั้น ถ้าใครไปทำแบบงมงาย ไม่มีเหตุไม่มีผล ท่านจะไม่เกื้อกูล เพราะท่านดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ถ้าเราจะไปไหว้ท้าวเวสสุวรรณ เราต้องไปอย่างผู้รู้ อย่างผู้เข้าใจ สาธยายคำสอนอาฏานาฏิยปริตรได้อย่างถูกต้อง
บทสวดที่เกี่ยวข้อง
อ่านและสวดตามได้ในหนังสือสวดมนต์ของภาวนาราม
ที่มา: หนังสือธรรมดี ชีวีมีสุข โดยพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ISBN 978-616-8325-05-6 หน้า ๖๗–๗๐