องค์ ๕ ของผู้ปฏิบัติเมตตาภาวนา คุณสมบัติ และอานิสงส์การเจริญเมตตา
อานิสงส์การเจริญเมตตามี ๑๑ ข้อ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย ผู้ปฏิบัติเมตตาภาวนาต้องมีศรัทธา สุขภาพดี ซื่อตรง เพียร และเข้าใจแนวทางอย่างถูกต้อง
ใจความสำคัญ
- องค์ ๕ ของผู้ปฏิบัติเมตตาภาวนา คือ ตถาคตโพธิสัทธา สุขภาพดี ความซื่อตรง ความเพียรอย่างแรงกล้า และความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติอย่างถูกต้อง
- ข้อที่สำคัญที่สุด คือ จะเจริญเมตตาต้องเข้าใจเมตตาอย่างถูกต้อง หากยังไม่เข้าใจต้องอาศัยกัลยาณมิตร คือ ครูอาจารย์ผู้รู้คำสอนของพระพุทธเจ้า
- ผู้ที่จะเจริญเมตตาควรว่าง่าย ไม่มีมานะ สันโดษ มีธุระการงานน้อย และมีสติสำรวมอินทรีย์ทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
- อานิสงส์การเจริญเมตตามี ๑๑ ข้อ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เทวดารักษา สมาธิตั้งมั่นเร็ว และไปสุคติ
- เมตตาที่เกิดขึ้นทำลายความเครียด ความโกรธ ความพยาบาทได้อย่างต่อเนื่อง จิตอ่อนโยนนุ่มนวลเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ
องค์ ๕ ของผู้ปฏิบัติเมตตาภาวนา
-
ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อมั่นในปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่จะพัฒนาไปสู่ รตนัตตยสัทธา ความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ
ศรัทธานั้นต้องประกอบไปด้วยปัญญา เห็นการดำเนินชีวิต การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งตอนที่ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เจาะลึกเห็นรายละเอียดของการบำเพ็ญบารมี ๑๐ อุปบารมี ๑๐ ปรมัตถบารมี ๑๐
เห็นความมุ่งมั่น เห็นกระบวนการที่พระองค์ฝึกแล้ว รู้สึกศรัทธา ในที่สุดจากมนุษย์ธรรมดาฝึกตนเองจนได้ฌานสมาบัติ พัฒนาสู่วิปัสสนาปัญญา บรรลุอริยมรรค อริยผล เป็นพระพุทธเจ้าได้
ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อมั่นในพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เชื่อมั่นในพระธรรมที่ทรงแสดง และพระอริยสาวกที่อุบัติเกิดขึ้น และเชื่อมั่นในตนเองว่าจะสามารถปฏิบัติตามทางดำเนินของพระชินเจ้า เพื่อออกจากกิเลสและกองทุกข์ได้
-
เป็นผู้มีสุขภาพดี
ยืนได้ เดินได้ นั่งได้ นอนได้ เตโชธาตุ (ไฟธาตุที่เผาอาหาร) ยังทำงานได้ดี หากร่างกายปั่นป่วน ผู้นั้นจะปฏิบัติธรรมได้ไม่ค่อยดี ต้องไม่มีโรคเบียดเบียนจนเกินเหตุ สามารถมีกำลังกายใจที่ดี สุขภาพร่างกายเอื้อต่อการยืน เดิน นั่ง นอน สามารถฝึกฝนตนเองได้อย่างเต็มที่ -
มีความซื่อตรง พูดจริง ทำจริง จริงใจ เคารพในครูอาจารย์
ทารกที่กำลังดูดน้ำนมของมารดา ไม่ทำลายให้หัวนมขาดลงแม้ฉันใด ผู้ที่ฝากตัวเป็นศิษย์ ได้รับการอบรมจากครูอาจารย์แล้ว ควรอดทนต่อคำว่ากล่าวของครูอาจารย์ ไม่ควรอาฆาตพยาบาทฉันนั้นกตัญญูกตเวที ไม่กล่าวเท็จต่อครูอาจารย์ เมื่อประพฤติปฏิบัติแล้ว เกิดประเด็นปัญหาใด ๆ ก็ต้องกราบเรียนตามความเป็นจริง อย่าปิดบังอำพราง
-
สัมมัปปธาน หรือ สัมมาวายามะ มีความเพียรอย่างแรงกล้าในการปฏิบัติ
การปฏิบัติย่อมพบปัญหาแน่นอน แต่ต้องไม่ย่อท้อ ในขณะที่ปฏิบัติธรรม ต้องมีใจรัก มีความเพียร มีจิตจดจ่อ เมื่อการปฏิบัติธรรมกำลังดำเนินเป็นไปอยู่ ประดุจเราทั้งหลายกำลังเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ฝึกฝนพัฒนาตนเอง ด้วยสติ สมาธิ และปัญญา จิตเกิดความแกล้วกล้าอาจหาญ สกัดกิเลสได้ทันท่วงที -
มีความเข้าใจแนวทางของการปฏิบัติในกรรมฐานนั้น ๆ อย่างถูกต้อง
ข้อนี้สำคัญที่สุด ต้องเก็บรายละเอียดให้ดี จะเจริญเมตตา ก็ต้องเข้าใจเมตตาอย่างถูกต้อง หากยังไม่เข้าใจก็ต้องอาศัยกัลยาณมิตร คือ ครูอาจารย์ผู้รู้คำสอนของพระพุทธเจ้า
แม้เพราะเหตุนั้น…
พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์
เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
พระพุทธเจ้าถึงพร้อมด้วยวิชชา ๘ จรณะ ๑๕
เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นผู้รู้แจ้งโลก
เป็นสารถีฝึกบุรุษผู้สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
เป็นผู้จำแนกแจกแจงพระธรรมรัตนะ
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่มีความงามในเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ อันถึงพร้อมด้วยอรรถะพยัญชนะ อันบริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน
วิชชา ๘ (ญาณ ๘) ความรู้ที่ทำให้รู้จักการหลุดพ้น การดับทุกข์
จรณะ ๑๕ หมายถึง ความประพฤติอันงดงาม มี ๑๕ ประการ ได้แก่ รักษาศีลในการปฏิบัติตน ให้บริสุทธิ์ถึงจิตแท้ ให้หลุดพ้น เป็นการกระทำที่ไม่มีโลภ โกรธ หลง เข้ามาผูกพันอยู่ในจิต การปฏิบัติตนให้อยู่ในศีล ให้ได้ละเอียดขึ้นไปตามระดับ โดยสังวรณ์อยู่ในจรณะ ๑๕
ความงดงามของพระสัทธรรม
นัยที่ ๑
ศีล เป็นความงามในเบื้องต้น
สมาธิ เป็นความงามในท่ามกลาง
ปัญญา เป็นความงามอันสูงสุด
นัยที่ ๒
ศีล สมถะ วิปัสสนา เป็นความงามในเบื้องต้น
อริยมรรค อริยผล เป็นความงามในท่ามกลาง
พระนิพพาน เป็นความงามอันสูงสุด
ถ้ามีความเชื่อมั่นที่เป็นตถาคตโพธิสัทธา หลักการที่พระพุทธเจ้าทรงสอน พรหมวิหารธรรมทั้งหลาย จะสามารถนำพากระแสชีวิตของเรา ให้เข้าไปตั้งมั่นในลักษณะของเมตตา รัก ปรารถนาดี เอื้ออาทร ให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
และสามารถยังเมตตาธรรม เมตตาจิต หยิบยื่นประโยชน์ให้หมู่สัตว์ทั้งหลาย โดยไม่เลือกหน้าได้อย่างแท้จริง
เมตตาเกิดขึ้นมาแล้ว สามารถทำลาย ความเครียด ความโกรธ ความพยาบาท ความหงุดหงิด ได้อย่างติดต่อและต่อเนื่อง ในที่สุด โทสะก็ดี พยาบาทก็ดี ความเครียด ความวิตกกังวล จะไม่สามารถแทรกซึมเข้าสู่จิตได้
สภาพจิตที่อ่อนโยนนุ่มนวล เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง จิตจะเข้าถึงความตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ไม่สะทกสะท้าน
พระพุทธเจ้าทรงพยาบาลภิกษุไข้ด้วยพระมหากรุณา
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอไม่มีมารดา ไม่มีบิดา ผู้ใดเล่า จักพึงพยาบาลพวกเธอ ถ้าพวกเธอไม่พยาบาลกันเอง ใครเล่าจักพยาบาล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดพึงจักอุปัฏฐากเรา ผู้นั้นพึงพยาบาลภิกษุอาพาธเถิด…”
นตฺถิ โว ภิกฺขเว มาตา
นตฺถิ ปิตา เย โว อุปฏฺฐเหยฺยุํ ตุมฺเห เจ
ภิกฺขเว อญฺญมญฺญํ น อุปฏฺฐหิสฺสถ อถ โกจรหิ อุปฏฺฐหิสฺสติ
โย ภิกฺขเว มํ อุปฏฺฐเหยฺย โส คิลานํ อุปฏฺฐเหยฺย ฯ
คุณสมบัติของบุคคลที่จะเจริญเมตตา
-
เป็นผู้มีความสามารถที่จะฝึกตนเองในด้านพฤติกรรม ด้านจิตใจ ด้านทัศนความเห็น
ด้านพฤติกรรม มั่นใจว่าตนเองจะสามารถประพฤติศีลได้
ด้านจิตใจ มั่นใจว่าตนเองจะสามารถทำความเพียร สติ และสมาธิให้เกิดขึ้นได้
ด้านทัศนะความเห็น มั่นใจว่าตนเองจะสามารถอบรมปัญญาให้เกิดขึ้นได้ -
เป็นผู้มีความประพฤติซื่อสัตย์สุจริต พูดจริง ทำจริง จริงใจ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต (สุจริต ๓)
-
เป็นผู้ไม่คด ซื่อสัตย์ ซื่อตรง เป็นผู้มีอุชุกตา กายตรง วาจาตรง ใจตรง ไม่คด ไม่วูบวาบไปตามที่ชอบใจหรือไม่ชอบใจ
-
เป็นผู้ว่าง่าย เป็นคนที่พูดแล้วเข้าใจง่าย ไม่กระด้างกระเดื่อง ไม่ต้านคำสอน เหมือนไม้ไผ่ลู่ตามลม อ่อนโยน น้อมไปตามคำสอน
-
เป็นผู้อ่อนโยนต่อสิ่งที่ดีงาม อ่อนโยนในทานกุศล ศีลกุศล ภาวนากุศล ตกแต่งจิต ประดับจิต ปรุงแต่งจิต อ่อนโยนนุ่มนวลในกุศลความดี
-
เป็นผู้ไม่มีมานะ ยกตน ชูตน เปรียบเทียบตน
สูงกว่าเขา สำคัญตนว่าสูงกว่าเขา
เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา
ต่ำกว่าเขา สำคัญตนว่าต่ำกว่าเขาตัวอย่าง พระสารีบุตร ท่านถอดมานะ ไปที่ไหนเหมือนโคเขาขาด เข้าสู่ซอกเล็ก ๆ ก็ไม่เอาเขาทั้งสองข้างไปกระทบใคร ไม่ว่าจะเข้าไปอยู่ในสังคมระดับไหน ก็ไม่ยกตนไปเปรียบเทียบ ไปกดข่ม คนประเภทนี้จะเจริญเมตตาได้ง่าย
-
เป็นผู้สันโดษ ยินดีตามกำลังความสามารถ ยินดีตามศักยภาพที่ตนหามาได้ ไม่ไปยินดีกับความโลภ หรือใช้ความโลภ ขจัดความโลภ เป็นผู้เลี้ยงง่าย
-
เป็นผู้มีธุระ การงานน้อย ไม่มัวว้าวุ่นอยู่กับกิจเล็กกิจน้อย พหุกิจโจ พหุกรณีโย มีเรื่องวุ่นวายใจค้างคาใจตลอด มีเรื่องอื่นคอยรบกวนจิตใจ ทำให้เจริญเมตตาได้ยาก
เราอาจจะมีเรื่องราวมากมาย แต่ให้ทำเหมือนปิดลิ้นชัก ถึงแม้งานนั้นยังไม่เสร็จ เมื่อหยุดแล้วก็ต้องปิด ให้ทำเครื่องหมายไว้ว่า วันนี้หมดเวลากับเรื่องนี้แล้ว แล้วก็ทำแต่ละเรื่องไป อยู่ง่าย กินง่าย ไม่อาลัยอาวรณ์
-
เป็นผู้มีสติปิดบาปทางทวารตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรียกว่า สำรวมอินทรีย์
ในการเห็นแต่ละครั้ง ให้มีสติว่า ดูเพื่อเสพหรือดูเพื่อศึกษา หากดูเพื่อเสพจะได้แค่ ความชอบใจ ไม่ชอบใจ ปล่อยให้บาปอกุศลเกิดขึ้น เรียกว่า ไม่สำรวมจักขุนทรีย์ ไม่มีอินทรีย์สังวรทางตา
ในการได้ยินแต่ละครั้ง ให้มีสติว่า ฟังเพื่อเสพหรือฟังเพื่อศึกษา หากฟังเพื่อเสพจะได้แค่ ความชอบใจ ไม่ชอบใจ ปล่อยให้บาปอกุศลเกิดขึ้น เรียกว่า ไม่สำรวมโสตินทรีย์ ไม่มีอินทรีย์สังวรทางหู
ในการได้กลิ่นแต่ละครั้ง ให้มีสติว่า ดมเพื่อเสพหรือดมเพื่อศึกษา หากดมเพื่อเสพจะได้แค่ ความชอบใจ ไม่ชอบใจ ปล่อยให้บาปอกุศลเกิดขึ้น เรียกว่า ไม่สำรวมฆานินทรีย์ ไม่มีอินทรีย์สังวรทางจมูก
ในการกินอาหารแต่ละครั้ง ให้มีสติว่า กินเพื่อเสพหรือกินเพื่อศึกษา หากกินเพื่อเสพจะได้แค่ ความชอบใจ ไม่ชอบใจ ปล่อยให้บาปอกุศลเกิดขึ้น เรียกว่า ไม่สำรวมชิวหินทรีย์ ไม่มีอินทรีย์สังวรทางลิ้น
ในการสัมผัสแต่ละครั้ง ให้มีสติว่า สัมผัสเพื่อเสพหรือสัมผัสเพื่อศึกษา หากสัมผัสเพื่อเสพจะได้แค่ ความชอบใจ ไม่ชอบใจ ปล่อยให้บาปอกุศลเกิดขึ้น เรียกว่า ไม่สำรวมกายินทรีย์ ไม่มีอินทรีย์สังวรทางกาย
ในการคิดนึกแต่ละครั้ง ให้มีสติว่า คิดนึกเพื่อเสพหรือคิดนึกเพื่อศึกษา หากคิดนึกเพื่อเสพจะได้แค่ ความชอบใจ ไม่ชอบใจ ปล่อยให้บาปอกุศลเกิดขึ้น เรียกว่า ไม่สำรวมมนินทรีย์ ไม่มีอินทรีย์สังวรทางความคิด
อินทรีย์สังวรต้องมีสติและสัมปชัญญะปิดบาปทางทวาร ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ความกำหนัด ขัดเคือง มัวเมา ลุ่มหลง ไหลเข้าสู่จิต ในขณะที่ ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส สัมผัส คิดนึก
-
เป็นผู้ฉลาดในการที่จะออกจากโทษ มีโทษอะไร หรือมีค้างใจอะไร ต้องออกได้รวดเร็ว ไม่มีติดค้าง ไม่จมอยู่กับบาปอกุศล
-
เป็นผู้ไม่ควรทำสิ่งที่บัณฑิตทั้งหลายตำหนิ
อานิสงส์การเจริญเมตตา
บุคคลที่ประสบความสำเร็จในการเจริญเมตตา จะเป็นคนที่สมปรารถนาในสิ่งที่หวังในโลก
อานิสงส์การเจริญเมตตา มี ๑๑ ข้อ คือ
- หลับเป็นสุข
- ตื่นเป็นสุข
- ไม่ฝันร้าย
- เทวดารักษา
- เป็นที่รักของมนุษย์
- เป็นที่รักของอมนุษย์
- ไฟ ศัสตรา ยาพิษ โรคร้ายไม่เบียดเบียนกระแสชีวิต
- สมาธิตั้งมั่นเร็ว
- ผิวพรรณผ่องใส
- เวลาตายมีสติ ไม่หลงตาย
- ไปสุคติ ไม่ลงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
คัมภีร์วิสุทธิมรรค
ขณะที่แม่โคกำลังให้นมลูกน้อย ตาก็ชำเลืองมองด้วยความรักความเมตตา ในขณะนั้น นายพรานใช้ศัสตราวุธ หมายจะทำร้ายแม่โค ด้วยอานุภาพของเมตตา ทำให้ศัสตราวุธของนายพรานไม่อาจจะทำอันตรายแก่แม่โคได้
ที่มา: หนังสือเจาะลึกเมตตา สู่ภาวนาที่ยั่งยืน โดยธรรมสมทบ พิมพ์ครั้งที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน ISBN 978-616-8325-04-9 หน้า ๒๗–๔๑