← เมตตาและพรหมวิหาร
เมตตาและพรหมวิหาร

เมตตาและขันติ สังคหวัตถุ และเหตุใกล้ชิดของเมตตา

เมตตาและขันติมีองค์ธรรมเดียวกัน คือ อโทสะ ความไม่โกรธ เมตตาที่ผลักออกมาเป็นการกระทำ คือ สังคหวัตถุ และเหตุใกล้ชิดของเมตตา คือ มองเห็นความดีในสัตว์ทั้งหลาย

จากหนังสือ เจาะลึกเมตตา สู่ภาวนาที่ยั่งยืน โดย ธรรมสมทบ หน้า ๑๙–๒๖ ทบทวนล่าสุด ๑ ตุลาคม ๒๕๖๙

ใจความสำคัญ

  • เมตตาและขันติมีองค์ธรรมเดียวกัน คือ อโทสะ ความไม่โกรธ เป็นรากของศีล รากของสมาธิ รากของปัญญาญาณ
  • โทสะเป็นตัวตัดรากของกุศลศีล เมื่อศีลไม่งอกเงย สมาธิปัญญาจะเกิดขึ้นไม่ได้
  • การให้ด้วยเมตตาที่ผลักออกมาเป็นการกระทำ เรียกว่า สังคหวัตถุ ได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา
  • ลักษณะของเมตตา คือ ความรัก ความปรารถนาดี ความเอื้ออาทร กิจของเมตตา คือ ทำลายปฏิฆะ พยาบาท และความเครียดทุกชนิด
  • เหตุใกล้ชิดของเมตตา คือ โยนิโสมนสิการ มองเห็นความดี มองเห็นจุดเด่นในสัตว์ทั้งหลาย

เมตตา และ ขันติ

เมตตาเกิดขึ้นเมื่อนึกถึงสัตว์บุคคลที่มีชีวิตเป็นอารมณ์ ส่วนขันติ คือ ความอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ ด้วยความรู้ความเข้าใจ ด้วยปัญญา ทั้งเมตตาและขันติมีองค์ธรรมเดียวกัน คือ “อโทสะ ความไม่โกรธ”

เมตตา และ ขันติ เป็นห้องประชุมของคุณธรรมขั้นสูง เป็นรากของศีล รากของสมาธิ รากของปัญญาญาณ กุศลศีลจะถูกทำลายด้วยโทสะ โทสะเป็นตัวตัดรากของกุศลศีล เมื่อศีลไม่งอกเงย สมาธิปัญญาจะเกิดขึ้นไม่ได้

เมตตา ขับเคลื่อนออกมาเป็นสังคหวัตถุ

การให้ด้วยเมตตาที่ผลักออกมาเป็นการกระทำ เรียก “สังคหวัตถุ” ได้แก่

  1. ทาน คือ การให้
  2. ปิยวาจา คือ การกล่าววาจาที่อ่อนหวาน
  3. อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์
  4. สมานัตตตา คือ วางตนให้เสมอ… เสมอในสุข เสมอในทุกข์ เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เลือกที่รัก ไม่ผลักที่ชัง

ยามที่ปกติให้ด้วยเมตตา
ยามที่เห็นเขาประสบความทุกข์ ต้องการเกื้อกูล ก็ให้ด้วยกรุณา
ต้องการส่งเสริมสนับสนุน ก็ให้ด้วยมุทิตา
ยามที่วางใจเป็นกลาง สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน ให้ด้วยอุเบกขา

ภาคปฏิบัติต้องวัดกันที่สังคหวัตถุ

  1. ปัญญาพลัง กำลังแห่งความรู้ความเข้าใจ ฉลาด รู้รอบ รู้ชัด รู้ลึก รู้ทั่ว
  2. วิริยพลัง กำลังแห่งความแกล้วกล้าอาจหาญ บุกฝ่าด้วยความรู้และเข้าใจ
  3. อนวัชชพลัง กำลังแห่งกาย วาจา ใจ ที่สะอาด
  4. สังคหพลัง กำลังแห่งการสงเคราะห์ เชื่อมประสาน

ให้ด้วยเมตตา มีความรักปรารถนาดีในการให้ ขับเคลื่อนมาจากสัมมาทิฏฐิ (ปัญญา) และสัมมาสังกัปปะ (วิตก)

ในการดำเนินชีวิต ความมั่นใจไม่หวั่นไหวต่อสิ่งต่าง ๆ ปัญญา วิริยะ อนวัชชะ สังคหะ เป็นตัวขับเคลื่อนเมตตาให้มีพลังมากขึ้น พวกเราทั้งหลายต้องเข้าให้ถึง…

ลักขณาทิจตุกกะของเมตตา

  • ลักษณะของเมตตา คือ มีความรัก ความปรารถนาดี ความเอื้ออาทร
  • กิจของเมตตา คือ ทำลายปฏิฆะ (ความโกรธ) ทำลายพยาบาท ทำลายความเครียดทุกชนิด
  • ผลปรากฏของเมตตา คือ จิตใจนุ่มนวลอ่อนโยน ไม่มีความอาฆาตพยาบาทติดอยู่ในใจ
  • เหตุใกล้ของเมตตา คือ ภาวะที่เห็นความน่าเจริญใจของสัตว์ทั้งหลาย

เมื่อเราแผ่เมตตาให้แก่กันและกัน เป็นปัจจัยที่มีกำลัง เกื้อกูลกันและกันเพื่อให้เมตตาจิตเกิดได้เร็วขึ้น

เวลาอยู่ด้วยกันต้องแผ่เมตตาจิตให้กันเป็นอันดับต้น ๆ ก่อน เมื่อเมตตามีพลังแล้ว จะเป็นเหตุแห่งการเกื้อกูลกัน กระตุ้นกัน ให้จิตนั้นอาจหาญแกล้วกล้า ร่าเริง เบิกบานได้ง่าย

อะไรเป็นเหตุใกล้ชิดของเมตตา

โยนิโสมนสิการ คือ การรู้จักคิด พิจารณาโดยแยบคาย เป็นเหตุให้เกิดเมตตา การมนสิการถึงจุดเด่นของสัตว์ทั้งหลายได้ง่าย เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้ใด ก็เห็นจุดเด่นของท่านผู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว เช่น มีพฤติกรรมทางกายที่เด่น ก็มองเห็นได้ มีพฤติกรรมทางวาจาที่ดี ก็สามารถมองเห็นจุดเด่นนั้นได้ หรือแม้จะหากายกรรม วจีกรรมที่ดีของท่านผู้นั้นไม่พบ ก็สามารถชำแรกแยกแยะลงสู่สภาพจิตที่ดีของท่านผู้นั้นได้ ว่ามีกตัญญู กตเวที ทำกิจกรรมประโยชน์ต่าง ๆ สามารถเห็นสภาพจิตของเขาที่เข้าถึงความดี

…เหตุใกล้ชิดของเมตตา คือ มองเห็นความดี มองเห็นจุดเด่นในสัตว์ทั้งหลาย

การเจริญเมตตาให้ได้ผล ต้องมีคารวธรรม ๗ ประการ

  1. พุทธคารวตา เคารพในพระพุทธเจ้า
  2. ธัมมคารวตา เคารพในพระธรรม
  3. สังฆคารวตา เคารพในพระสงฆ์
  4. สิกขาคารวตา เคารพในสิกขา ๓
  5. สมาธิคารวตา เคารพในสมาธิ
  6. อัปปมาทคารวตา เคารพในความไม่ประมาท
  7. ปฏิสันถารคารวตา เคารพในการปฏิสันถาร

ที่มา: หนังสือเจาะลึกเมตตา สู่ภาวนาที่ยั่งยืน โดยธรรมสมทบ พิมพ์ครั้งที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน ISBN 978-616-8325-04-9 หน้า ๑๙–๒๖