หนังสือเจาะลึกเมตตา สู่ภาวนาที่ยั่งยืน
หนังสือสอนการเจริญเมตตาจากคอร์สเมตตาภาวนา ความรัก ๓ แบบ ลำดับการเจริญเมตตา พรหมวิหาร ๔ จตุรารักขกรรมฐาน กรณียเมตตสูตรทีละคาถา และถาม-ตอบการปฏิบัติ
ข้อมูลหนังสือ
- ผู้เขียน
- ธรรมสมทบ
- จัดพิมพ์
- คณะศิษย์และญาติธรรม ธรรมสมทบ
- ฉบับ
- พิมพ์ครั้งที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน
- ISBN
- 978-616-8325-04-9
ส่วนนำของหนังสือ
นรา สโภ อเนเกสุ ภเวสุ ติํส ปารมี
นมามิ สิรสา นิจจํ ปุเรตฺวา อาคโต วรํ
โมกขํ นาโถ อภิชนฺโต ธวยํ หิตฺวา สรตฺทกํ
โมฐํ วเนส วธุการํ นมามิ สิร สาทรํพระนราสภะ ผู้ทรงพระบารมี ๓๐ ทัศ
นับภพนับชาติไม่ถ้วน ได้ทรงเสด็จมาดีแล้ว
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมกราบไหว้พระนราสภะ
ผู้ประเสริฐ พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้าเป็นนิจ…
ขอนอบน้อมพระธรรมด้วย…
ขอนอบน้อมพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลายด้วย
ด้วยใจเคารพเอื้อเฟื้อ…
คำอนุโมทนา
ในความหมายของ “เจาะลึกเมตตา สู่ภาวนาที่ยั่งยืน” ปรารถนาให้หมู่ชนผู้ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ได้เข้าถึงสภาวะเมตตาที่ลึกซึ้ง ดื่มด่ำ มีใจอ่อนโยนนุ่มนวล มีความรัก ความเอื้ออาทร ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นได้อย่างแท้จริง
หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ หากท่านทั้งหลายค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ คิด พิจารณา และนำไปฝึกฝนปฏิบัติ ปรับใช้ให้ได้ในทุกกิจกรรมของชีวิต การจะทำเมตตาให้เกิดขึ้นได้จะต้องเริ่มจากการรักตนเองอย่างถูกต้อง เป็นรักแท้อย่างจับจิตจับใจ ที่ปราศจากตัณหา มานะ ทิฏฐิ แล้วจึงแผ่ขยายไปยังสรรพสัตว์ไม่มีประมาณ สามารถทำลายเขตแดน โดยไม่เลือกว่าเป็นบุคคลที่รัก บุคคลที่เป็นกลาง ๆ หรือแม้แต่บุคคลที่เป็นศัตรู เมื่อเมตตาเกิดอย่างแข็งแรงแล้ว จึงพัฒนาไปสู่ กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เป็นไปตามลำดับ เพื่อให้สามารถ “เจาะลึกเมตตา” สู่ “ภาวนาที่ยั่งยืน” คือ การยกระดับจิตใจ ให้พัฒนาขึ้น เจริญขึ้น จิตมั่นคง จิตตั้งมั่น จนเข้าถึงระดับอัปปนาฌาน และเป็นฐานที่ตั้งแห่งการเจริญวิปัสสนาญาณ เพื่อการรู้เห็นตามความเป็นจริง และเป็นทางแห่งการบรรลุ มรรค ผล นิพพาน ในที่สุด
ขออนุโมทนากับท่านทั้งหลาย ที่ได้ขวนขวายร่วมแรงร่วมใจกันทำหนังสือจนสำเร็จลุล่วง นำคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบอกกล่าวเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น เป็นการบูชาคุณของพระรัตนตรัย ทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา
ขอคุณของพระรัตนตรัยและกุศลความดี ที่เกิดจากกุศลเจตนาของท่านทั้งหลาย นำพากระแสชีวิตของท่านทั้งหลาย ให้ดำเนินไปตามมรรคาของพระชินเจ้า มีธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ได้แก่ การประพฤติธรรมที่สมควรแก่โลกุตตรธรรม คือการเข้าถึงไตรสรณคมน์ อบรมไตรสิกขา คือ ศีล สมถะ และวิปัสสนา เพื่อบรรลุถึงอรหัตมรรค อรหัตตผล เข้าถึงอนุปาทาปรินิพพาน คือการสิ้นจากกิเลสและกองทุกข์ด้วยกันทุกท่านเทอญ
ตุลาคม ๒๕๖๕
คำนำ
เราต่างคุ้นเคยกับคำว่า “เมตตา” มานาน ถูกสอนให้เป็นคนดีมีเมตตา ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก โดยที่ไม่รู้เลยว่า เมตตาที่แท้จริงเป็นอย่างไร เมื่อเราเติบโตขึ้น ต้องมีภาระหน้าที่ ต้องสัมพันธ์กับผู้คนมากมาย ก็เริ่มรู้สึกว่า ความสุขในใจลดลงเรื่อย ๆ ชีวิตเร่งรีบ เครียด กลุ้ม ทุกข์ กับเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น
เราไม่มีเมตตาแม้กับตัวเอง เราพูดว่าเมตตา แต่ใจเราไม่เคยเป็นเมตตา…
เมื่อได้ฟังเรื่องเมตตา ที่ท่านพระอาจารย์บรรยายในคอร์สเมตตาภาวนา ที่จังหวัดเพชรบุรี จบลง มุมมองของข้าพเจ้าที่มีต่อตัวเองและต่อโลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้าพเจ้าได้รู้จักความรักแท้ คือ เมตตา ในมิติที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง สุขุมลุ่มลึก เป็นไปตามลำดับ พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้รับการถ่ายทอดโดยท่านพระอาจารย์ มีความงดงาม และเป็นไปเพื่อช่วยเหลือหมู่สัตว์ให้ออกจากความทุกข์
ในเวลานั้น ข้าพเจ้าได้เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่คนอีกเป็นจำนวนมาก จึงได้ตั้งความปรารถนาที่จะสรุปเนื้อหาธรรมะและจัดทำหนังสือขึ้น เพื่อถ่ายทอดให้ผู้คนทั้งหลายได้มีโอกาสเข้าถึงเมตตา รู้จักเมตตา ปฏิบัติอย่างถูกต้องและได้พบความสุข
หนังสือ “เจาะลึกเมตตา สู่ภาวนาที่ยั่งยืน” ย่อมกล่าวได้ว่า ถูกขับเคลื่อนมาจากกุศลจิตโดยแท้ เริ่มตั้งแต่เสียงพระสัทธรรมที่ถูกเปล่งออกมาด้วยเมตตาจิต ตัวอักษรทุกตัวที่ตั้งใจพิมพ์ลงไป ภาพประกอบทุกภาพ ล้วนเกิดจากพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ขับเคลื่อนในกระแสชีวิตของคนทั้งหลาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้ จึงเป็นหนังสือที่ท่านทั้งหลายจะสัมผัสได้ถึงพลังของกุศลความดี เป็นหนังสือสอนการเจริญเมตตา ที่แผ่ความรัก ความเมตตา ออกมาได้จริง ๆ
ข้าพเจ้า ขอเป็นตัวแทนของทุกกระแสชีวิตที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอนำหนังสือเล่มนี้เป็นประธาน น้อมถวายแด่ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ
ข้าพเจ้าขอน้อมถวาย สายตาทุกคู่ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างหนังสือเล่มนี้ และสายตาทุกคู่ที่จักได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อบูชาคุณของพระรัตนตรัย อันหาประมาณมิได้
ข้าพเจ้าขอน้อมถวาย มือทุกคู่ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างหนังสือเล่มนี้ และมือทุกคู่ที่จักได้สัมผัสหนังสือเล่มนี้ เพื่อบูชาคุณของพระรัตนตรัย อันหาประมาณมิได้
ข้าพเจ้าขอน้อมถวายกุศลจิตทุกดวง อันมีเหตุมาจากหนังสือเล่มนี้ กุศลจิตที่เป็นไปในกาลทั้ง ๓ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดี ที่กำลังเกิดก็ดี ที่จักเกิดในอนาคตก็ดี กุศลจิตที่เป็นไปในมนุสสภูมิ เทวภูมิ พรหมภูมิ พร้อมด้วยสัมปยุตตธรรมทั้งปวงที่เกิดพร้อมกุศลจิตนั้น ข้าพเจ้าขอประมวลมาน้อมถวาย เพื่อบูชาคุณของพระรัตนตรัย อันหาประมาณมิได้
ด้วยอานิสงส์แห่งการบูชาบุคคลที่ควรบูชา ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย มีความมั่นคงในพระรัตนตรัย ขอให้พระรัตนตรัยคุ้มครองกระแสชีวิต ตราบใดที่ยังเวียนว่ายในสังสารวัฏ ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ ได้พบกัลยาณมิตร ได้พบพระสัทธรรมอันประเสริฐ เที่ยงแท้ บริสุทธิ์ บริบูรณ์
และด้วยอานิสงส์แห่งธรรมทานนี้ จงเป็นปัจจัย เป็นที่อาศัยที่มีกำลัง เป็นเหตุธรรม ที่ทำสำเร็จแล้วด้วยดี ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเข้าถึงมรรคผล นิพพาน อันเป็นบรมธรรม ในกาลอันควร
ขอกราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์ ที่เสียสละทุ่มเท สั่งสอนศิษยานุศิษย์ ให้รู้จักความหมายของคำว่า “เมตตา” ที่เป็นความรักที่บริสุทธิ์ เป็น “รักแท้” ไม่ใช่ “รักเทียม”
ด้วยพลังเมตตาอันยิ่งใหญ่ ทีมงานปรารถนาให้ทุกท่าน มีความสุขกาย สุขใจ และปลอดภัย
ทีมงานธรรมสมทบ
ตุลาคม ๒๕๖๕
อ่านทั้งเล่ม ๑๓ บท
-
เมตตาคืออะไร และความรัก ๓ แบบ
เมตตา คือ รักแท้ ความรักความปรารถนาดีที่เกิดขึ้นโดยปราศจากเงื่อนไข มีอโทสะเป็นองค์ธรรม ส่วนตัณหาเปมะและเคหะสิตะเปมะเป็นรักเทียม เพราะรักแล้วยึดติด -
เมตตาและขันติ สังคหวัตถุ และเหตุใกล้ชิดของเมตตา
เมตตาและขันติมีองค์ธรรมเดียวกัน คือ อโทสะ ความไม่โกรธ เมตตาที่ผลักออกมาเป็นการกระทำ คือ สังคหวัตถุ และเหตุใกล้ชิดของเมตตา คือ มองเห็นความดีในสัตว์ทั้งหลาย -
องค์ ๕ ของผู้ปฏิบัติเมตตาภาวนา คุณสมบัติ และอานิสงส์การเจริญเมตตา
อานิสงส์การเจริญเมตตามี ๑๑ ข้อ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย ผู้ปฏิบัติเมตตาภาวนาต้องมีศรัทธา สุขภาพดี ซื่อตรง เพียร และเข้าใจแนวทางอย่างถูกต้อง -
การเจริญเมตตาภาวนา
การเจริญเมตตาภาวนาเริ่มจากแผ่เมตตาให้ตนเองก่อน แล้วจึงแผ่ไปยังคนที่เคารพรัก คนที่เป็นกลาง ๆ และคนที่เป็นคู่เวร จนจิตอ่อนนุ่มนวล -
เคล็ดลับการเจริญเมตตาภาวนา และหัวใจของเมตตา
ก่อนแผ่เมตตาต้องทำเมตตาให้เกิดขึ้นในใจก่อน ทำจิตให้เยือกเย็น นุ่มนวล แล้วจึงแผ่ออกไป พร้อมหัวใจของเมตตา ๒ ประการ และวิธีฝึกเมตตาในทุกอิริยาบถ -
การเจริญพรหมวิหาร
พรหมวิหาร คือ ธรรมเครื่องอยู่อย่างประเสริฐ ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แต่ละข้อมีเหตุใกล้ ศัตรูไกล และศัตรูใกล้ชิด ต้องฝึกไปตามลำดับ -
การเจริญสัพพัตถกกรรมฐาน (จตุรารักขกรรมฐาน)
จตุรารักขกรรมฐาน หรือสัพพัตถกกรรมฐาน คือ กรรมฐานเครื่องรักษาผู้ปฏิบัติ ๔ อย่าง ได้แก่ พุทธานุสสติ อสุภะ มรณานุสสติ และเมตตา ควรเจริญเป็นนิตย์ -
เจาะลึกกรณียเมตตสูตร
กรณียเมตตสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป เพื่อให้เจริญเมตตาและป้องกันอมนุษย์มิให้มาเบียดเบียน พร้อมคำแปลและคำอธิบายคาถาที่ ๑ -
เจาะลึกกรณียเมตตสูตร คาถาที่ ๒-๕
กรณียเมตตสูตรคาถาที่ ๑-๓ บอกคุณสมบัติ ๑๕ ประการของผู้ปรารถนาจะเจริญเมตตาภาวนา ส่วนคาถาที่ ๔-๕ เป็นการแผ่เมตตาแบบไม่มีเขตแดน ไม่มีประมาณ -
เจาะลึกกรณียเมตตสูตร คาถาที่ ๖-๑๐
กรณียเมตตสูตรคาถาที่ ๖-๑๐ สอนให้เจริญเมตตาไม่มีประมาณดุจมารดาถนอมบุตรคนเดียว ตั้งสติในเมตตาทุกอิริยาบถอันเป็นพรหมวิหาร จนไม่ต้องเกิดในครรภ์อีก -
ตอบข้อสงสัยในการปฏิบัติเมตตาภาวนา
อยากได้ผลของเมตตาแต่ไม่อยากประกอบเหตุ ทำแล้วเครียดกลุ้มทุกข์ เป็นตัณหา แต่ถ้ามีความสุขทุกขั้นตอนตั้งแต่ประกอบเหตุ เป็นฉันทะ ถามตอบข้อสงสัยในการเจริญเมตตา -
ตอบข้อสงสัยเรื่องเมตตา: ราคะ ความเห็นแก่ตัว เจโตวิมุตติ และเมตตาบารมี
เมตตามีศัตรูใกล้ชิดคือราคะ ผู้มีราคะให้เจริญเมตตาให้ตัวเองก่อนจนเป็นเมตตาแท้ แล้วเจริญเมตตาให้พระเถระ ครูอาจารย์ พ่อแม่ที่เคารพ ราคะจะหายทันที -
บทส่งท้าย: ชีวิต คือ ธรรมชาติ กับฐานความสุข ๓ ฐาน
ฐานที่ตั้งแห่งความสุขของมนุษย์มี ๓ ฐาน คือ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เพื่อนมนุษย์ และกิจกรรมของชีวิต เมตตาเป็นตัวเชื่อมประสานให้มีความสุขทุกขั้นตอน