บุญที่แท้จริง
บุญ คือ ธรรมชาติที่ชำระกระแสความคิดให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลส บุญที่แท้จริงจึงดูที่สภาพจิตใจขณะทำ ไม่ใช่ดูเพียงกิจกรรมภายนอก
ใจความสำคัญ
- บุญแปลว่าเครื่องชำระ คือชำระกระแสความคิดให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลส เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง
- แม้กิจกรรมที่ทำเป็นกุศล หากจิตใจขณะนั้นถูกความโลภ ความโกรธ ความหลงครอบงำ ก็ไม่ใช่บุญที่แท้จริง
- เมื่อบุญเกิดขึ้นจริง จะสังเกตเห็นความโปร่ง โล่ง เบา อ่อนโยน และความสะอาดบริสุทธิ์แห่งจิตใจ
- บุญเป็นนามธรรม จะสำเร็จได้ต้องอาศัยพิธีกรรมที่ถูกต้องไม่งมงาย และจิตใจที่เป็นบุญ
- ที่ตั้งแห่งการเกิดบุญมี ๑๐ ประการ เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ กล่าวโดยย่อคือ ทาน ศีล ภาวนา
ธรรมชาติใดย่อมชำระกระแสความคิดของตนเองให้สะอาดบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง ธรรมชาตินั้นชื่อว่า “บุญ”
ส่วนใหญ่เราจะมองการทำบุญเป็นเรื่องนอกตัว มองไปที่กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำบุญถวายสังฆทาน การตักบาตร ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน แต่เราแทบไม่เคยมองมาที่สภาวะจิตใจในขณะนั้นว่า บุญที่แท้จริงเกิดขึ้นหรือไม่ แม้กิจกรรมต่าง ๆ ที่กำลังทำนั้นเป็นกุศล แต่จิตใจเศร้าหมองเพราะกิเลสสกปรกครอบงำ เช่น มีความโลภเกิดขึ้น มีความโกรธเกิดขึ้น หรือมีความหลงเกิดขึ้นขณะนั้น ก็ชื่อว่าสภาพจิตใจไม่ได้เป็นบุญที่แท้จริง
บุญมี ๒ ความหมาย
ความหมายที่หนึ่ง บุญ แปลว่า เครื่องชำระ บุญเป็นเครื่องชำระกระแสความคิดให้สะอาด บริสุทธิ์ หมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง กิเลสทั้งหลายเมื่อเกิดขึ้นในจิตใจของท่านผู้ใด ย่อมทำให้จิตใจของท่านผู้นั้นมีความเศร้าหมอง เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความลังเลสงสัย ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ความหดหู่ท้อแท้ เบื่อหน่าย ความไม่ละอายต่อบาป การเห็นผิด การยกตนชูตน เป็นต้น
ยกตัวอย่าง
เมื่อศรัทธาเกิดขึ้น ความไม่มีศรัทธา ความไม่เชื่อมั่นก็ถูกทำลายไป
เมื่อความแกล้วกล้าอาจหาญเกิดขึ้น ความเกียจคร้านก็ถูกทำลายไป
เมื่อสติระลึกตั้งมั่นเกิดขึ้น ความหลงลืมก็ถูกทำลายไป
เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิเกิดขึ้น ความฟุ้งซ่านก็ถูกทำลายไป
เมื่อองค์ความรู้หรือปัญญาเกิดขึ้น ความไม่รู้หรือโมหะก็ถูกทำลายไป
ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจะต้องมีสติ เพียรระวังในการปิดกั้นบาปอกุศลเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น โดยการทำกุศลจิตให้เกิดขึ้น เมื่อกุศลจิตเกิดขึ้น จึงเป็นบุญที่ชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์จากบาปอกุศลธรรม
ในขณะนั้น เราจะสังเกตเห็นความโปร่ง โล่ง เบา อ่อนโยน มีความสะอาดบริสุทธิ์แห่งจิตใจ เมื่อเริ่มเห็นกระแสบุญที่เกิดขึ้นในจิตใจ แสดงว่าบุญได้เกิดขึ้นแล้วอย่างแท้จริง
ความหมายที่สอง บุญ มาจากคำว่า ปูชนียะ สภาพก่อให้เกิดความน่าเคารพบูชา เมื่อสภาพบุญเกิดขึ้นในกระแสความคิดของผู้ใด ก็ทำให้ความคิดของผู้นั้นสะอาดเอี่ยมอ่องผ่องแผ้ว ไม่มีมลทิน จิตใจที่เป็นไปกับสุขโสมนัส เมื่อมีคุณภาพจิตใจที่ดี จิตใจที่ดีก็จะไปกำกับพฤติกรรม การกระทำทางกายกรรม วจีกรรม และพฤติกรรมที่แสดงออกมาทั้งหลายก็นุ่มนวลอ่อนโยน เป็นบุคคลที่น่าบูชา เพราะเป็นผู้มีคุณธรรมมีความดี
บุญเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม
บุญเป็นนามธรรม แต่บุญจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยรูปธรรม เช่น ศาสนพิธีต่าง ๆ ฉะนั้น บุญจะสำเร็จได้ต้องอาศัยองค์ประกอบ ๒ อย่าง คือ
- พิธีกรรมที่ถูกต้อง ไม่ได้ทำด้วยความงมงาย แต่ทำด้วยความรู้ความเข้าใจตามอริยประเพณี
- จิตใจเป็นบุญ ทำศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ ปัญญา ที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นในจิตใจ จิตใจได้ทั้งคุณภาพ สมรรถภาพ และเข้าถึงความสุข
เราจะหาบุญได้จากที่ไหน
บุญไม่ได้เกิดขึ้นจากการให้วัตถุสิ่งของเท่านั้น พระพุทธเจ้ายังทรงสอนถึงที่ตั้งแห่งการเกิดบุญ ๑๐ ประการ เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ กล่าวโดยย่อ คือ ทาน ศีล ภาวนา
กลุ่มที่ ๑ ทาน
ทานมัย การให้ทานที่ถูกต้อง นอกจากให้วัตถุสิ่งของแล้ว ที่สำคัญต้องสละกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ออกจากใจด้วย
ปัตติทานมัย การอุทิศส่วนบุญ บุญที่เราได้ทำให้มีให้เกิดขึ้นแล้ว เราน้อมบุญนี้ให้กับบุคคลทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นการไม่หวงบุญ น้อมสละ น้อมให้
ปัตตานุโมทนามัย การอนุโมทนาบุญ เมื่อเราเห็นบุญที่เกิดกับใครก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเห็นเขาให้ทาน เห็นเขารักษาศีลหรือเห็นเขาตั้งใจฟังธรรม แล้วเรายินดีในกุศลที่เกิดขึ้นกับกระแสชีวิตของเขา พลอยยินดี พลอยชื่นใจ ด้วยมุทิตาจิต อย่างนี้เรียกว่า การอนุโมทนาส่วนบุญ
กลุ่มที่ ๒ ศีล
สีลมัย บุญที่เกิดขึ้นจากการทำศีลให้เกิดขึ้นในกระแสชีวิต มีเจตนารักษาพฤติกรรมทางกาย วาจา การเลี้ยงชีพให้เรียบร้อยดีงาม เช่น เจตนางดเว้นจากการฆ่า มีใจที่เป็นไปกับเมตตา เจตนาที่งดเว้นจากการลัก มีใจที่น้อมสละ น้อมให้และแบ่งปัน เป็นต้น
อปจายนมัย การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นสภาพจิตที่อ่อนโยน ผลักดันออกมาเป็นความประพฤติที่อ่อนน้อม ไม่มีมานะและทิฏฐิ
เวยยาวัจจมัย ประพฤติประโยชน์ ขวนขวายช่วยงานส่วนรวม ใจไม่คับแคบ รู้จักในการปฏิบัติต่อกันและกันอย่างดีงาม
กลุ่มที่ ๓ ภาวนา
ภาวนามัย การเจริญภาวนา คือ การฝึกอบรมจิตใจ
ธัมมัสสวนมัย การฟังธรรม ศึกษาหาความรู้
ธรรมเทศนามัย การแสดงธรรม การสั่งสอนธรรม การให้ความรู้
ทิฏฐุชุกัมม์ การทำความเห็นให้ตรง คือตรงตามพระธรรมคำสอน เข้าใจเรื่องเหตุผล เรื่องกรรมและผลของกรรม เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ มีความเห็นที่ถูกต้องดีงามตรงตามความเป็นจริง จัดเข้าได้ทั้งในกลุ่ม ทาน ศีล และภาวนา
สรุปแล้ว บุญก็คือผลที่เกิดจากการกระทำทางกาย วาจา ใจ ที่ประกอบด้วยเจตนา อันเป็นเครื่องชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์ บุญมีความสำคัญในระดับพื้นฐานคือ เป็นความสุข สงบ เรียบร้อย เป็นฐานของความเจริญ บุญคือ ทาน ศีล ภาวนา จึงเป็นส่วนที่ควรศึกษา ควรฝึกฝนเพียรพยายามให้เกิดให้มีขึ้นในกระแสชีวิตของเราทุกคน
ที่มา: หนังสือธรรมดี ชีวีมีสุข โดยพระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ISBN 978-616-8325-05-6 หน้า ๙–๑๔